ปาล์มน้ำมัน

[ปาล์มน้ำมัน][bsummary]

ยางพารา

[ยางพารา][bsummary]

เทคนิคจากสวน

[เทคนิคจากสวน][twocolumns]

NEWS

[News][bleft]

ปลูกปาล์มน้ำมัน คอมแพ็คกาน่า เป็นอาชีพเสริม รายได้ดีกว่ายาง (Advertorail)

อาชีพเกษตรไม่ว่าจะปลูกพืชชนิดใด เกษตรกร หรือเจ้าของสวนจำเป็นต้องดูแลเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง จึงจะได้ผลผลิต และผลตอบแทนที่คุ้มค่า 

แต่สำหรับ พิชัย ดวงแก้ว เจ้าของสวนปาล์มน้ำมันในพื้นที่ อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี บอกว่า ปาล์มน้ำมัน เป็นพืชเศรษฐกิจในจำนวนไม่กี่ชนิดที่ใช้เวลาดูแลไม่มาก แต่ผลตอบแทนสูง ในขณะเดียวกันยังมี เวลา” เหลือไปใช้จ่ายเพื่อเพิ่มรายได้อีกหลายทาง

และตัวเขาเองก็คือตัวอย่างที่ชัดเจน แม้ว่าเขาจะมีสวนปาล์ม 3 แปลง รวม 40 ไร่ แต่เชื่อหรือไม่ว่าเขายังมีเวลาเหลือเฟือไปทำงานหลัก เปิดร้านจำหน่าย-ติดตั้งคอมพิวเตอร์และกล้องวงจรปิด และตัวแทนจำหน่ายประกันภัย 

โดยที่สวนปาล์มยังได้ผลผลิตและรายได้เสริมที่ดี เขามีวิธีบริหารเวลาอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ 

พิชัยเล่าให้ฟังว่า เดิมทีเขาปลูกยางพาราเป็นตัวหลัก แม้ว่าย้อนหลังไป 8 ปี จะได้ผลตอบแทนที่ดี เพราะราคายางอยู่ในช่วงขาขึ้น

แต่ปัญหาที่เจอก็คือ ต้นยางเจอโรคเกี่ยวกับรากใบร่วงบ้าง หน้ายางตายบ้าง ฝนตกก็กรีดยางไม่ได้ ผลผลิตที่ได้เริ่มลดลง บวกกับราคายางที่ตกต่ำลงเรื่อยๆ เมื่อยางแก่ครบอายุโค่นปลูกใหม่ เขาแทบไม่ต้องคิดเลยที่จะเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นๆ 
ปาล์มคอมแพ็คกาน่า อายุ 8 ปี ให้ผลผลิตสม่ำเสมอ
พืชตัวใหม่ที่เขาเลือกปลูกก็คือ ปาล์มน้ำมัน เพราะช่วงนั้นราคาค่อนข้างดี ที่สำคัญใช้เวลาดูแลแค่ในช่วงแรกๆ เท่านั้น หลังจากเริ่มให้ผลผลิตจะใช้เวลาไม่มากนัก

เพียงแค่ดูแลเรื่องปุ๋ยเป็นหลักเท่านั้น ทำให้เขามีเวลาอย่างเหลือเฟือไปงานอื่น ซึ่งต่อมากลายเป็นอาชีพหลักของเขา สวนปาล์มกลายเป็นรายได้เสริม สร้างรายได้หลายทาง


ทำสวนปาล์มไม่ต้องเข้าสวนทุกวัน ถึงเวลาตัดปาล์มจะมีทีมงานจากลานเทเข้ามาตัด ส่วนหญ้าจะปล่อยให้รกๆ หน่อย แม้จะดูไม่สวยงามนัก แต่อีกมุมหนึ่งมันก็ยังมีข้อดีช่วยรักษาความชื้นช่วงหน้าแล้ง แต่เรื่องที่ขาดไม่ได้เลยคือ เมื่อถึงรอบใส่ปุ๋ย ต้องใส่ปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ 


พิชัยยังบอกอีกว่าเขาให้ความสำคัญกับพันธุ์ปาล์มน้ำมันมาก ช่วงแรกๆ ก็ศึกษาว่าพันธุ์ไหนดี ให้ผลผลิตสูง ดูตัวอย่างเกษตรกร และไปดูถึงแปลงเพาะกล้าที่ได้มาตรฐานเลย 

จนเป็นที่มาของการเลือกปลูกพันธุ์ คอมแพ็คกาน่า  จากแปลงเพาะของ บริษัท อาร์ดี เกษตรพัฒนา
ปล่อยให้หญ้าขึ้นรก แม้จะไม่สวยงาม แต่ในอีกมุมหนึ่งหญ้าก็มีประโยชน์ไม่น้อย
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
คอมแพ็ค กาน่า ตอบโจทย์พื้นที่ อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
จากการสำรวจพื้นที่สวนของพิชัยสวนอยู่บนพื้นที่เนิน ดินเป็นทราย แต่มีน้ำซับเกือบตลอดทั้งปี จึงมีน้ำเพียงพอสำหรับปาล์มน้ำมันพันธุ์ คอมแพค กาน่า เนื่องจากปาล์มกลุ่มคอมแพ็คชอบน้ำเป็นพิเศษ

ทั้งนี้จุดเด่นของพันธุ์ คอมแพ็ค กาน่า คือ จะให้ทะลายดก ผลผลิตต่อเนื่อง ลำต้นต้นใหญ่ แต่สูงช้า ถ้าดูแลดี ให้ปุ๋ยสม่ำเสมอ ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 6 ตัน/ไร่/ปี

พิชัยบอกว่าเขาโชคดีที่ซื้อกล้าปาล์มจาก บริษัทอาร์ดีฯ เพราะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการปลูกปาล์มหลายๆ ด้าน เนื่องจากเขาถือเป็นมือใหม่ไร้ประสบการณ์ 


เขาช่วยดูทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกสายพันธุ์ พาไปดูตัวอย่างแปลงที่ปลูกแล้วอายุต่างๆ จนมาถึงการเตรียมแปลง การปลูก การดูแล-ใส่ปุ๋ย การหักช่อดอก ตัดทะลาย เรียกว่าช่วยทุกขั้นตอน
ปาล์มน้ำมันแปลงนี้พื้นที่ 14 ไร่ อายุ 3 ปีครึ่ง
ปัจจุบันสวนปาล์มของพิชัยมีทั้งหมด 3 แปลง รวมพื้นที่ 40 ไร่ ประกอบด้วย แปลงแรก 11 ไร่ อายุ 8 ปี, แปลงที่ 2 พื้นที่ 14 ไร่ อายุ 3 ปีครึ่ง และ แปลงที่ 3 พื้นที่ 15 ไร่ เพิ่งลงปลูกได้ประมาณ 4 เดือน และกำลังจะล้มยางอีก 16-17 ไร่ ทั้งหมดล้วนเป็นพันธุ์ คอมแพ็คกาน่า ทั้งหมด 

แม้ว่าราคาต้นพันธุ์จะสูงกว่ากล้าปาล์มพันธุ์อื่นๆ แต่พิชัยยินดีจ่ายเพิ่ม “คอมแพ็คกาน่า 250 บาท แต่เรากล้าจ่าย เพราะเราอยากได้พันธุ์ดี พื้นที่เราน้อยต้องเลือกพันธุ์ดี พันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง” พิชัยบอกเหตุผล
ปาล์มพันธุ์คอมแพ็คกาน่า อายุ 8 ปี
กองทางใบ ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุ รักษาความชื้น และเป็นจุดใส่ปุ๋ยปาล์ม
━━━━━━━━━━━━━━━
การจัดการสวนปาล์ม ของ พิชัย ดวงแก้ว
━━━━━━━━━━━━━━━
สวนปาล์มของพิชัยเน้นความเป็นธรรมชาติ ปล่อยให้หญ้าขึ้นเพื่อรักษาสมดุลตามธรรมชาติภายในสวนปาล์มจึงพบสมุนไพร พืชผักพื้นบ้านได้ทั่วไป 

มีการวางกองทางภายในสวนเพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ในดินและใส่ปุ๋ยบนกองทางตามหลักวิชาการที่ได้รับคำแนะนำจากทีมงาน บริษัท อาร์ดีฯ

เท่าที่สังเกตเห็นว่าพิชัยเอาใจใส่เรื่องการใส่ปุ๋ยเป็นพิเศษ ดังนั้นการจัดการสวนของเขาจึงเน้นที่การดูแลเรื่องปุ๋ยเป็นหลัก จึงเลือกใช้แม่ปุ๋ยและธาตุอาหารเสริม ใส่ 3 รอบ/ปี รอบละ 3 ครั้ง โดยปุ๋ยแต่ละตัวจะแยกกันใส่ตามคำแนะนำของนักวิชาการของบริษัท อาร์ดีฯ
ข้อมูลด้านผลผลิต พิชัยเล่าว่า จะมีทีมงานจากลานเทที่เขาขายมาตัด ทุกๆ 20 วัน (ปาล์มอายุ 8 ปี จำนวน 11 ไร่) ได้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 4 ตัน/รอบตัด และได้สูงสุด 8-9 ตัน/รอบตัด 

แม้ว่าจะไม่ได้เก็บตัวเลขผลผลิตทั้งปีไว้ แต่เขารู้สึกพอใจกับผลผลิตและรายได้ แม้จะเป็นเพียงรายได้เสริมก็ตาม

ขณะเดียวกันลานเทคิดค่าตัดและค่าบรรทุกเพียง 55 สตางค์/กก. ต่างกับทั่วไปที่คิดราคาไม่ต่ำกว่า 60 สตางค์/กก. เขาบอกว่าผลผลิตต่อรอบตัดค่อนข้างสูง จึงใช้ต่อรองรายตัดกับลานเทได้ 
คอมแพ็คกาน่า อายุ 8 ปี
คอมแพ็คกาน่า อายุ 3 ปีครึ่ง
ในตอนท้ายพิชัยแสดงความคิดเห็นว่า ปัจจุบันเกษตรกรมีความรู้มากขึ้น มีการค้นหาข้อมูลไม่ว่าจะทางอินเตอร์เน็ต โซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือการไปดูตัวอย่างสวนปาล์มจริงๆ สามารถเรียนรู้ ศึกษาเรื่องสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ตัวเอง 

หรือบางคนเลือกปรึกษาบริษัทผู้ผลิตต้นกล้าปาล์มน้ำมัน ซึ่งพิชัยเน้นว่าต้องเลือกแปลงเพาะมาตรฐาน มีนักวิชาการให้ความรู้ มีบริการหลังการขาย เมื่อพบปัญหาก็สามารถเข้ามาดูแลภายหลังได้ มีการติดตามผลเป็นช่วงๆ เพราะปาล์มเป็นพืชอายุยืน 

แต่ข้อดีที่สำคัญปาล์มน้ำมันไม่ต้องใช้เวลาดูแลจัดการอะไรมากเหมือนพืชชนิดอื่น ซึ่งเป็นจุดแข็งของพืชตัวนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรายเล็ก หรือ รายย่อย มีเวลาไปหารายได้เสริมอย่างอื่น โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาปาล์มไม่ค่อยดีก็ยังมีรายได้อย่างอื่นเสริม 

“แต่หัวใจสำคัญของปาล์มน้ำมันคือ ต้องเลือกสายพันธุ์ที่ดี แปลงเพาะได้มาตรฐาน และต้องใส่ปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ จึงจะได้ผลผลิตคุ้มค่าและได้อย่างต่อเนื่อง ถ้าให้แนะนำ ไปที่ บริษัท อาร์ดีฯ เขาจะให้คำแนะนำตั้งแต่สายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ รวมถึงการดูแลจัดการทุกขั้นตอน รับรองไม่ผิดหวัง พิชัยบอก
ขอขอบคุณ
คุณพิชัย ดวงแก้ว
5/2 ม.4 ต.บ้านเสด็จ อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี 84260
โทร.081-970-4183
บริษัท อาร์ดี เกษตรพัฒนา จำกัด
2170 อาคารกรุงเทพทาวเวอร์ ชั้น 18
ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
โทรศัพท์ 02 308 0117-8, 088-385-1851 และ 088-385-1852
- Advertisement -

ไม่มีความคิดเห็น:

บทความที่ได้รับความนิยม