ปาล์มน้ำมัน

[ปาล์มน้ำมัน][bsummary]

ยางพารา

[ยางพารา][bsummary]

เทคนิคจากสวน

[เทคนิคจากสวน][twocolumns]

NEWS

[News][bleft]

เรียนรู้กลยุทธ์ทำธุรกิจยาง ให้กำไรและคุ้มค่า จาก ไทยเจริญรับเบอร์

ไทยเจริญรับเบอร์ จ.ยโสธร ไม่ใช่เซียนมากประสบการณ์ในธุรกิจยาง เพราะเริ่มซื้อขายยางได้เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น

แต่การเติบโตในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาของไทยเจริญรับเบอร์ คนในวงการยกความเก่งให้อยู่ระดับ “พ่อมด”

หลังจากสร้างระบบขายยางโดยไม่ต้องบรรทุกไปให้โรงงาน “กดราคา” แต่โรงงานยางระดับมหาชนต้องเปิดราคาและส่งพนักงานมาตีเปอร์เซ็นต์ถึงลานพราะความเก่งในแง่ของการสรรหายางก้อนถ้วยที่มีปริมาณ คุณภาพ และสม่ำเสมอ

ไทยเจริญรับเบอร์ ยังลงทุนโรงงานยางเครป เพื่อเสริมกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพมาผลิตในช่วงเวลาที่เหมาะสม ทำให้มีอาวุธที่ยาวขึ้น สามารถซื้อยางได้สูงกว่าคู่แข่ง แต่ทำกำไรได้มากกว่า

ยางปาล์มออนไลน์ มีโอกาสพูดคุยกับ นราวุฒิ รัตนพิทย์ เจ้าของไทยเจริญรับเบอร์ เกี่ยวกับธุรกิจยาง ที่ถูกมองว่าทำกำไรมากและเร็วเหมือน “โกยทอง” แต่บางครั้งก็ไม่ต่างกับเอาเงินไปเผาทิ้ง เสี่ยงพอๆ กับเล่นพนัน

“พ่อมด” ของวงการยางมีวิธีทำธุรกิจนี้อย่างไร และยางเครปเสริมเขี้ยวเล็บอย่างไร น่าสนใจยิ่งนัก 
นราวุฒิ รัตนพิทย์ เจ้าของไทยเจริญรับเบอร์
นราวุฒิ เล่าให้ฟังว่าเขาเริ่มต้นอาชีพพ่อค้ายางเล็กๆ มีรถปิ๊กอัพหนึ่งคันไว้ขนยาง ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อ 5 ปีก่อน แต่ระหว่างนั้นเขาค่อยๆ บ่มเพาะประสบการณ์จนสุกงอม พร้อมที่จะขยายธุรกิจอย่างเต็มตัว ก่อนจะย้ายมาสร้างเครือข่ายรับซื้อใน จ.ยโสธร ซึ่งวิเคราะห์แล้วว่าเป็นพื้นที่ปลูกยางที่มียางคุณภาพมากกว่า

“ยางบุรีรัมย์นี่เขาเรียกยางปราบเซียน” เขาบอกอย่างนั้น

การเกิดขึ้นของ ไทยเจริญรับเบอร์ ซึ่งตั้งชื่อตามอำเภอที่ตั้งลานใหญ่ พร้อมขยายลานเครือข่ายรับซื้ออีก 7 แห่ง กลายเป็นผู้ซื้อยางรายใหญ่ของจังหวัด มียางอยู่ในมือกว่า 3,000 ตัน/เดือน ซึ่งไม่ได้ใหญ่ในแง่ของ “ปริมาณ” เท่านั้น แต่มี “คุณภาพ” และ “ความสม่ำเสมอ” ถ้าทำสามอย่างนี้ได้อำนาจทางธุรกิจจะอยู่ในมือ

เรื่องนี้ไม่ใช่  “พรสวรรค์” แต่มาจากฝึกฝนจนชำนาญ

“ต้องรู้จักยางของเราให้ลึกซึ้งก่อน ต้องประเมินน้ำในก้อนยางได้แม่นยำ” เขาบอก  
ทำให้เกษตรกรเห็นว่าทำยางคุณภาพได้ราคาสูงกว่าอย่างไร พอทำแล้วได้ราคาสูงกว่า ต่อไปเขาจะทำแต่ยางคุณภาพ
ยางจากตลาดประมูล นอกจากดูคุณภาพยางแล้วยังต้องแข่งขันกับพ่อค้าหลายราย ต้องใช้กลยุทธ์หลายทาง
ทั้งนี้วิธีซื้อยางของไทยเจริญรับเบอร์มาจาก 2 ทาง คือ รับซื้อตรงจากเกษตรกร และประมูลจากตลาดยางท้องถิ่น

ยางจากเกษตรกรค่อนข้างจะควบคุมคุณภาพได้ไม่ยาก เพียงแค่ทำให้เกษตรกรเห็นว่าทำยางคุณภาพได้ราคาสูงกว่าอย่างไร

“เราต้องทำให้เกิดความแตกต่าง มีส่วนต่างเรื่องราคา พอเกษตรกรทำยาง 8 มีดแล้วได้ราคาสูงกว่ายาง 5 มีด ต่อไปเขาจะทำแต่ยางคุณภาพ”
- Advertisement -



ส่วนยางจากตลาดประมูล นอกจากดูคุณภาพยางแล้วยังต้องแข่งขันกับพ่อค้าหลายราย ซึ่งต้องใช้กลยุทธ์หลายทาง

นราวุฒิ บอกสั้นๆ ว่า ใช้ “เซ้นต์” เป็นหลัก ซึ่งก็คือ ใช้ความรู้ ประสบการณ์ คิด วิเคราะห์ และกลยุทธ์ ยำรวมกันนั่นเอง

เขาพูดจากประสบการณ์ว่า อย่างแรก ผู้ซื้อยางต้องคำนวณอัตราสูญเสียน้ำในก้อนยางให้แม่นยำ และรู้ศักยภาพของตัวเอง ไม่ซื้อยางเพราะอยากได้ยางอย่างเดียว หรือซื้อเพราะต้องการเป็นผู้ชนะ ต้องดูตลาดปลายทางหรือราคาโรงงานเป็นหลัก เพราะบางทีผู้ชนะในตลาดประมูล อาจจะกลายเป็นผู้แพ้เมื่อขายให้โรงงาน รวมถึงบางครั้งต้องดูแนวโน้มราคายางในตลาดโลกประกอบด้วย

“ถ้าไม่มีพื้นฐานเหล่านี้สุดท้ายก็จะเหลือแต่ ตราชั่งเข็มหัก กับ เข่งหูขาด เขาเปรียบเทียบ 
ยางคุณภาพในความหมายของไทยเจริญรับเบอร์ คือยางที่กรีด  8 มีดขึ้นไป
ยางก้อนถ้วยที่ไทยเจริญรับเบอร์ซื้อเคยได้สูงสุดถึง 71-72% เพราะมียางคุณภาพแบบนี้ จึงสร้างระบบซื้อขายที่เป็นของตัวเอง ไม่ต้องขนยางไปให้โรงงานกดราคา เหมือนผีถึงป่าช้า แต่จะใช้วิธีให้โรงงานเปิดราคา ถ้าอยากได้ยางต้องส่งพนักงานมาดูคุณภาพที่ลาน หรือไม่ก็มีตัวเลือกขายยางได้หลายทาง หลายโรงงาน

“ผมจะบอกก่อนเลยว่ายางผมแพง เข้ามาต้องมีราคามาก่อนนะ แต่จะทำอย่างนี้ได้เราต้องมีดีพอตัว ยางมีคุณภาพ มีปริมาณ และมีความเสถียร”  
━━━━━━━━━━━━━━━━━━  
ยางเครป เสริมอาวุธ ทางธุรกิจให้ยาวกว่าคู่แข่ง
━━━━━━━━━━━━━━━━━━  

ปัญหาสามัญของธุรกิจยางคือ ต้องสู้รบเรื่อง เปอร์เซ็นต์ยาง และต่อรองราคา กับโรงงาน ซึ่งมักถูกโรงงานกดเปอร์เซ็นต์ให้ต่ำ จนกลายเป็น “จุดอ่อน” ของคนทำธุรกิจนี้

เพียงแต่ “พ่อมด” ของวงการยางมองว่าเป็นความเสี่ยง “ไฟต์บังคับ” ที่ผู้ประกอบการต้องหาทางออก

ทางออกก็คือ การนำยางก้อนถ้วยมารีดเป็นยางเครป ซึ่งเขาตัดสินใจลงทุนตั้งโรงงานยางเครปพร้อมๆ กับการขยายธุรกิจยางเมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว 
ข้อดีของยางเครปในมุมมองของไทยเจริญรับเบอร์ คือ หนึ่งโรงงานจะบวกราคาเพิ่มให้ 1.5 บาท/กก. จากราคายางก้อนถ้วยหน้าโรงงาน สองช่วยลดกระบวนการสูญเสียน้ำหนักระหว่างขนส่งจากลานไปโรงงาน

สามช่วย “ปิดช่องว่าง” ไม่ให้โรงงานกดเปอร์เซ็นต์ยางได้ หรือกดเปอร์เซ็นต์ได้นิดหน่อยเท่านั้น ซึ่งมักจะอยู่ที่ความหนา - บางของแผ่นยาง แต่ถ้าขายยางก้อนถ้วยมีโอกาสถูกกดเปอร์เซ็นต์ลง 5-6% ถ้ายางไม่มีคุณภาพจริงๆ 

นอกจากนั้นยังทำให้ซื้อยางก้อนถ้วยในตลาดได้สูงกว่าคู่แข่ง  “ถ้ายางดีรายอื่นซื้อ 20 บาท แต่เราจะซื้อได้ 21 บาท เพราะเรามีอาวุธยาวกว่า กระบวนการรีดดียางมีคุณภาพ มีตลาดปลายทางที่ดีกว่า”

การลงทุนโรงงานยางเครป จึงเหมือนกับ “ติดอาวุธ” ให้กับตัวเอง นักธุรกิจที่ชาญฉลาดต้องมีอาวุธหลากหลาย และต้องเลือกใช้ให้เป็น

“นกอยู่ใกล้ก็ใช้ปืนสั้น นกอยู่ไกลก็ใช้ปืนยาว ไม่ใช่ยิงสะเปะสะปะ ทำยางเครปก็เหมือนกัน ซื้อยางมาไม่จำเป็นต้องรีดเครปทั้งหมด แบ่งขายเป็นยางก้อนบ้าง แต่ต้องเลือกทำแล้วคุ้มค่ามากกว่า”

เขาพูดอย่างนี้ก็เพราะหลักในการตัดสินใจทำยางเครป ขึ้นอยู่กับคุณภาพวัตถุดิบ ฤดูกาล ตลาด และความคุ้มค่า ซึ่งในปีหนึ่งจะรีดยางเครปแค่ 2 ช่วง หรือ 5-6 เดือนเท่านั้น

“เลือกช่วงเวลาที่ยางมีน้ำปนน้อยที่สุด คือช่วงพฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม ไม่เกินสิงหาคม และกลับมาเดินเครื่องอีกครั้งในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ หยุดพักรีดช่วงกันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม มีนาคม เมษายน เพราะช่วงนี้ปริมาณน้ำในยางสูงมากรีดแล้วโอกาสขาดทุนสูง”

ข้อมูลนี้เขาไม่ได้ “มโน” ขึ้นมาเอง แต่เกิดจากเก็บตัวอย่างมาทดสอบอย่างแม่นยำทุกเดือน โดยจะสุ่มตัวอย่างยางก้อนถ้วยมา 20 กก. แล้วรีดเพื่อหาน้ำหนักที่หายไป ถ้าน้ำหนักหายไปมากกว่า 30% ไม่เหมาะรีดยางเครป 
นอกจากนั้นยังต้องเช็กความสูญเสียน้ำหนักระหว่างขนส่งยางจากลานไปโรงงานอีกด้วย ข้อมูลเหล่านี้จำเป็นต้องแม่นยำ จึงจะรู้ว่าทำยางเครปคุ้มหรือไม่คุ้ม

ยางเครปที่ผลิตจากโรงงานไทยเจริญรับเบอร์จึงมีคุณภาพ เปอร์เซ็นต์สูง อยู่ระหว่าง 72-75% และผ่านการกรองสถานการณ์แล้วว่า มีกำไรแน่นอน ซึ่งเขาเคยทำกำไรได้ถึง 5 บาท/กก.ในช่วงต้นปี

“ถ้าทำแล้วเหลือบาทหนึ่งเราก็ไม่ทำแล้ว ทำไปก็ไม่คุ้ม ขายก้อนโรงงานดีกว่า

แต่ปัญหาของผู้ผลิตยางเครปก็คือ ความผันผวนของราคายาง โดยเฉพาะช่วงจังหวะที่ยางเครปในตลาดมีมาก โรงงานมักจะสร้างเงื่อนไข เพื่อกดราคา ทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น ไม่รับซื้อยางเครปสด ติดคิวหน้าโรงงาน หลายวัน ทำให้น้ำหนักลดลง เมื่อรวมกับถูกกดเปอร์เซ็นต์ยาง ทำให้สุดท้ายขายไม่คุ้มค่า

แต่ช่วงที่ยางเครปในตลาดมีน้อย โรงงานแข่งขันกันซื้อยาง กฎเกณฑ์จะน้อยลง ซื้อยางหมดทุกประเภท

ดังนั้นนอกจากคุณภาพยางเครปแล้ว จังหวะและเวลาก็มีความสำคัญ ต้องรู้ว่าช่วงไหนยางมากยางน้อย แต่ละโรงงานซื้อสูงสุดได้เท่าไหร่ แล้วคำนวณความคุ้มค่า ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจรีด

“บางช่วงยางก้อนเรามีคุณภาพสูง ไม่ต้องรีดก็ได้ 71-72% ยางแบบนี้เราก็ไม่ต้องรีด  ขายเข้าโรงงานเลย” 
คำว่า คุ้มค่า สำหรับไทยเจริญรับเบอร์ไม่ได้มองที่ราคาซื้อ-ขายยางเท่านั้น เขามองไปถึง ต้นทุนการผลิตยางเครปด้วย

“ลองคิดดูนะ เงิน 1 ล้านซื้อยางได้ 50,000 กก. รีดเป็นยางเครปเก็บยาง 1 เดือน มีกำไรโลละ 5 บาท = กำไร 250,000 บาท แต่ยังไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่ กับอีกเคสหนึ่งซื้อ-ขายทุกวันมีกำไร 50 สต./ครั้งละ 250,00 บาท เดือนละ 20 ครั้ง = 500,000 บาท โดยไม่มีความเสี่ยง คิดว่าควรทำการค้าแบบไหน”

เขายอมรับว่าเรื่องแบบนี้ไม่มี “ตำรา” สอน ต้องเรียนรู้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดต้องรู้จักยางในพื้นที่ของตัวเองให้ดีที่สุด มากกว่ารู้จักยางในตลาดโลกด้วยซ้ำ รู้ว่ายางแบบไหนรีดแล้วขาดทุน ยางแบบไหนรีดแล้วกำไร ควรตั้งราคาซื้อเท่าไหร่จึงจะมีกำไร ในขณะที่ราคายางผันผวน เท่านั้นยังไม่พอเกษตรกรต้องมีกำไรด้วย ธุรกิจจึงจะยั่งยืน

ทั้งนี้ไทยเจริญรับเบอร์วางใจใช้เครื่องจักรรีดยางเครป ยี่ห้อ TSP ขนาด ลูกรีด 16 นิ้ว จำนวน  4 เครื่อง ทำเป็นไลน์ผลิตกึ่งอัตโนมัติ กำลังการผลิต 5 ตัน/ ชม.

“เราเน้นศักยภาพเครื่องรีดยางเครปเป็นสำคัญ ต้องทนทาน กำลังแรงสูง บดรีดยางก้อนถ้วยได้ดี ไม่เร็วหรือช้าเกินไป ถ้าช้าเกินไปก็จะรีดยางได้ปริมาณน้อย แต่ถ้าเครื่องเร็วเกินไปยางจะไม่สะอาด เนื้อหยาบ รีดน้ำออกได้ไม่ดี” 
ล้างยางก้อนก่อนรีด ช่วยลดต้นทุนการซ่อมบำรุงได้ เนื่องจากทรายที่ปะปนมากับก้อนยางจะทำให้ลูกรีดค่อยๆ สึก 
ยางเครปที่ผลิตจากโรงงานไทยเจริญรับเบอร์เปอร์เซ็นต์สูง อยู่ระหว่าง 72-75ทำกำไรได้ถึง 5 บาท/กก.ในช่วงต้นปี
นอกจากนั้นกระบวนการผลิตยังต้องช่วยลดการสึกหรอของเครื่องจักรด้วย  จึงจำเป็นต้องล้างยางก้อนก่อนรีด จะช่วยลดต้นทุนการซ่อมบำรุงได้ เนื่องจากทรายที่ปะปนมากับก้อนยางจะทำให้ลูกรีดค่อยๆ สึก 

“ต่อไปเราจะเพิ่มเครื่องสับยาง บ่อล้าง แล้วมีกระพ้อตักยางลงเครื่อง เป็นไลน์ผลิตอัตโนมัติสมบูรณ์แบบ สำหรับรองรับแผนขยายเครือข่ายของเรา”

━━━━━━━━━━━━━━━━━━  
ทำไมขายยางภาคใต้ กำไรกว่าขายอีสาน
━━━━━━━━━━━━━━━━━━ 
น่าสงสัยว่าทำไมรับไทยเจริญรับเบอร์ซื้อยางภาคอีสานแต่กลับบรรทุกยางไปขายภาคใต้ (เซาท์แลนด์รับเบอร์ และวงศ์บัณฑิต ) ระยะทางเป็นพันกิโล แต่ได้กำไรและคุ้มค่ากว่าขายโรงงานในอีสาน

“เราส่งโรงงานทางใต้ ไม่ใช่เพราะราคาสูงกว่า ราคาอาจจะเท่ากัน แต่การตีเปอร์เซ็นต์ทางใต้มีความนิ่งเสถียรกว่าอีสาน” เขาคลายข้อสงสัย

เรื่องหนึ่งที่ไม่มีใครบอกก็คือ คนทำธุรกิจยางจำเป็นต้องรู้จัก “นิสัย” ของแต่ละโรงงาน บางโรงงานซื้อยางราคาสูงตั้งแต่ต้นปี เพื่อเรียกยางเข้าโรงงาน บางโรงงานรอจังหวะจนยางเต็มตลาด รอให้ราคาถูกแล้วค่อยซื้อ เป็นต้น จึงต้องเลือกขายยางให้กับหลายๆ โรงงาน เพื่อประกับความเสี่ยง 
“แม้ว่ายางเรามีคุณภาพสำหรับทำยางเครป ทำแล้วมีกำไรคุ้มค่า แต่เราจะแบ่งขายยางก้อนด้วย เพื่อสร้างสัมพันธ์กับหลายๆ โรงงาน ซึ่งมันสำคัญมาก เมื่อปีปัญหา โรงงานไหนคิวเยอะ ราคาไม่ดี เราก็มีตัวเลือกอื่นที่ให้ราคาสูงกว่า แล้วส่งได้เลย เมื่อยามเราเดือดร้อนสายสัมพันธ์จะมีค่ามากๆ”

เจ้าของไทยเจริญรับเบอร์บอกว่า “เกษตรกรอยู่ได้ พ่อค้ายางอยู่ได้ โรงงานยางอยู่ได้ ธุรกิจในภาพรวมจึงจะยั่งยืน”

ขอขอบคุณ
บริษัท ไทยเจริญ รับเบอร์ จำกัด
106 ม.5 ต.คำไผ่ อ.ไทยเจริญ จ.ยโสธร 35120
โทรศัพท์
: 08-8370-4011

- Advertisement -


ไม่มีความคิดเห็น:

บทความที่ได้รับความนิยม