ปาล์มน้ำมัน

[ปาล์มน้ำมัน][bsummary]

ยางพารา

[ยางพารา][bsummary]

เทคนิคจากสวน

[เทคนิคจากสวน][twocolumns]

NEWS

[News][bleft]

เทคนิคทำสวนปาล์ม ผลผลิตสูง ต้นทุนต่ำ ของ โสฬส เดชมณี

ถ้าการทำสวนปาล์มให้ได้ผลผลิตสูง ต้นทุนต่ำ คือ ความต้องการสูงสุดของชาวสวนปาล์ม ยางปาล์มออนไลน์มีตัวอย่างของเกษตรกรหัวก้าวหน้าเมืองคนดีมานำเสนอ พร้อมเทคนิคการจัดการสวนปาล์มฉบับเกษตรกรพันธุ์แท้ ที่นำไปปรับใช้ได้จริง
━━━━━━━━━━━━
HIGHTLIGHT : 
✔ ปรับแนวคิดการทำสวนปาล์ม นำหลักวิชาการมาปรับใช้เพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนไปพร้อมๆ กัน

✔ เทคนิค สามสูง หนึ่งต่ำ เริ่มจากเอาใจใส่สวนปาล์มแบบเข้มข้นสูง ใส่ปุ๋ยปริมาณสูง ต้นละ 16-18 กก. แต่ได้ผลผลิตสูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนการผลิตต่ำ 

✔ ตัดปาล์มยุคใหม่ต้องเน้นทะลายสุกมีลูกร่วง น้ำมัน 21 % ใช้ต่อรองราคาเพิ่มจากโรงงาน

✔ การทำงานของพี่โสฬสพยายามลดข้อจำกัดให้เหลือน้อยที่สุด ด้วยวิธีลงมือทำในสิ่งที่ปาล์มต้องการ โดยไม่มีข้อแม้ 
━━━━━━━━━━━━
นายโสฬส เดชมณี เจ้าของสวนปาล์ม 44 ไร่ ทำผลผลิตได้ 7.3 ตัน/ไร่/ปี 
 นายโสฬส เดชมณี เกษตรกรชาวสวนปาล์มหัวก้าวหน้าแบบ ติดจรวด ของ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี สวนปาล์มที่ได้รับคำชื่นชมว่ามีระบบการจัดการสวนที่ดี พอๆ กับเป็นสวนปาล์มที่ให้ผลผลิตสูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ และเป็นสวนปาล์มที่ กรมวิชาการเกษตรใช้เป็นแปลงต้นแบบในการนำเกษตรกรต่างถิ่นเข้ามาศึกษาดูงานไม่ขาดสาย

ทั้งๆ ที่เจ้าของสวนปาล์มแปลงนี้ไม่ใช่เซียนปาล์มมากประสบการณ์ แต่เขาเพิ่งเริ่มปลูกปาล์มได้เพียง 8 ปีเท่านั้น หากแต่ผลผลิตเกินประสบการณ์

ยาง&ปาล์มออนไลน์ จะนำผู้อ่านไปทำความรู้จักเกษตรกรคนนี้ พร้อมกับเจาะลึกการจัดการสวนปาล์มผ่านประสบการณ์ของเขา ซึ่งยืนยันว่าเกษตรกรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง  โดยไม่ต้องเป็นเซียน
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
จากคนเลี้ยงวัว สู่ เจ้าของสวนปาล์มมือใหม่
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
“ผมเลี้ยงวัว และเปิดร้านขายของมาก่อน เพิ่งจะมาปลูกปาล์มเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2550 นี่เอง” พี่โสฬส จำวันเดือนปี ที่เริ่มปลูกปาล์มได้อย่างแม่นยำ โดยปลูกบนพื้นที่นาร้าง 44 ไร่ ไม่ได้อุดมสมบูรณ์อะไร เนื่องจากดินมีค่า pH 3.6 แม้จะปรับปรุงด้วยโดโลไมด์ต้นละ 5 กก./ต้น/ปี ก็ไม่ดีขึ้น ก่อนจะหันมาใช้ปูนขาว จุดแข็งมีอย่างเดียว คือ เป็นที่ลุ่มน้ำท่าสมบูรณ์

- Advertisement -

“ตอนปลูกก็ไม่ได้ศึกษาอะไรมาก ทำๆ ตามที่เขาทำกันมา พันธุ์ปาล์มก็ฝากให้พรรคพวกซื้อมาให้ (ซีหราด มิลเลเนียม) ไม่ได้รู้ว่ามันดีไม่ดีอย่างไร   วางแนวปลูกยังวางตามแนวตะวันออก ตะวันตกเลย ตามหลักต้องวางแนวเหนือใต้” เขาเล่าไปก็อดขำตัวเองไม่ได้

เมื่อเริ่มต้นปลูกปาล์มพี่โสฬส ไม่ต่างอะไรกับ “คนตาบอด” เพียงแต่หลังจากปลูกแล้วพยายามเปิดหูเปิดตาหาความรู้จากทุกทิศทุกทาง เพื่อเพิ่มเติมความรู้ที่มีอยู่น้อยนิด โดยเข้าไปปรึกษาที่สำนักงานเกษตรจังหวัด หรือมีเวทีอบรมเรื่องปาล์มที่ไหนต้องเข้าไปนั่งฟังอย่างตั้งใจเสมอ จนเข้าไปเป็นสมาชิกเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับ RSPO

จนในที่สุดได้รู้จักกับ คือ .ธีระพงศ์ จันทรนิยม ผู้เขียนตำราปาล์มน้ำมันที่ดีและสมบูรณ์ที่สุดของประเทศ นับจากนั้นพี่โสฬสจึงนำวิธีการจัดการสวนปาล์มของ “เซียนปาล์มระดับอ๋อง” เกือบทั้งหมดมาปรับใช้จัดการสวนปาล์ม 

“ผมเป็นคนสมองกลวงเรื่องปาล์ม พยายามเติมความรู้ให้เต็ม ได้ความรู้ก็นำมาคิดต่อยอดและนำมาใช้ สมองไม่ต่อต้านความรู้ใหม่ เพียงแต่เราต้องศึกษาธรรมชาติของต้นปาล์มให้ชัดก่อนถึงจะทำได้โดยเฉพาะการพัฒนาการหรือการเติบโตของต้นปาล์มแต่ละช่วงมันใช้เวลานานมาก บางเรื่องทำแล้วไม่เห็นผลเราต้องเข้าใจธรรมชาติของมัน”

หลังจากเขาเปลี่ยนสมองกลวงๆ ให้กลายเป็น ฟองน้ำ พร้อมดูดซับความรู้ทุกทิศทุกทาง องค์ความรู้เรื่องปาล์มน้ำมันจึงเพิ่มพูน
เขายกตัวอย่างว่า ปีนี้ปาล์มภาคใต้ผลผลิตลดลงทุกที่ รวมทั้งสวนของเขาเอง “ปีนี้ลดเหลือ 6.8 ตัน/ไร่/ปี จากปีที่แล้ว 7.3 ตัน/ไร่/ปี ทั้งที่ผมก็ดูแลเต็มที่มาตลอด แต่ก็มองย้อนกลับไปว่าทำไมมันถึงลด ทบทวนว่าดอกตัวผู้ที่เริ่มออกมาในช่วงนี้น่าจะเป็นผลกระทบจากช่วงเดือนเมษายน ปี 2557 ซึ่งตอนนั้นสุราษฎร์ฯ เจอภาวะแล้งรุนแรง

“ต้นปาล์มเมื่อแตกทางใบออกมา 1 ทางจะออกมาพร้อมตาดอก ถ้าองค์ประกอบต่างๆ สมบูรณ์ ตาดอกจะเป็นดอกตัวเมีย ถ้าขาดส่วนใดส่วนหนึ่ง เช่นแล้ง ธาตุอาหารไม่พอ แสงแดด ก็จะเป็นดอกตัวผู้ แล้วใช้เวลาเจริญเติบโตจนเห็นเป็นช่อดอกใช้เวลา 38 เดือน ดอกตัวผู้ที่ออกเยอะในปีนี้จึงเป็นชุดที่เจอภัยแล้งเมื่อ 2 ปีก่อน” พี่โสฬส คาดเดาจากหลักวิชาการ
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ใส่ปุ๋ยตามผลวิเคราะห์ใบ ต้นละ 18.4 กก.
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
“ปีนี้ผมใส่ปุ๋ยไปต้นละ 18.4 กก./ต้น” พี่โสฬสว่า

“โอ้.... ต้องใส่มากขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ผู้เขียนร้องอย่างตกใจ และไม่ใช่ผู้เขียนคนเดียวที่ร้องอย่างนี้ พี่โสฬสบอกว่า เล่าให้ใครฟังก็ตกใจ 

“เขาบอกว่าผมใส่ปุ๋ยเยอะอย่างนี้ถึงได้ผลผลิต 7.3 ตันไงล่ะ...!!!
แต่ความจริงแล้วเขาบอกว่า ปริมาณปุ๋ยที่ใส่นั้นไม่ใช่ใส่ตาม อำเภอใจ หรือใส่ตาม ความรู้สึก แต่ใส่ปุ๋ยตามผลวิเคราะห์ธาตุอาหารจากใบปาล์ม

ปีที่แล้วผมใส่ 16 กก.เศษ แบ่งใส่ 3 ครั้ง มาปีนี้ผมนำทางใบไปตรวจวิเคราะห์ ผลออกมาว่าธาตุอาหารขาด จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมปีนี้ผมต้องใส่ปุ๋ยเพิ่มเป็น 18.4 กก. อีกอย่างต้องเข้าใจว่าเวลาใส่ปุ๋ย มันสูญเสียไปโดยธรรมชาติ เวลาหว่านลงพื้นมันระเหยไปบ้างละลายไปกับน้ำฝนบ้าง ต้นปาล์มได้ไปสัก 50% นี่ก็เก่งแล้ว

เจ้าของสวนปาล์มบอกว่า ผลวิเคราะห์ธาตุอาหารจากใบปาล์มทำให้เจ้าของสวน คุยกับต้นปาล์ม รู้เรื่อง รู้ว่าต้นปาล์มต้องการหรือขาดธาตุอาหารตัวไหนบ้าง จากนั้นจะนำมาคำนวณค่ากลางเป็นน้ำหนักแม่ปุ๋ยที่จะต้องใส่ให้ต้นปาล์ม ประกอบด้วย ไนโตรเจน (21-0-0) ฟอสฟอรัส (0-3-0) และโปแตสเซียม (0-0-60) และเสริมด้วยแม็กนีเซียม และโบรอน ตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร

“เวลาผมใส่ก็ไม่ได้หลับหูหลับตาใส่ตามค่านั้นเหมือนกันทุกต้น แต่จะดูลักษณะอาการของต้นปาล์ม ใบปาล์มแต่ละต้นประกอบด้วย เพราะค่าวิเคราะห์แค่สุ่มตัวอย่าง อย่างปาล์มที่ลำต้นไม่เป็นทรงกระบอก  แต่เป็นทรงปิระมิด พอเห็นก็ต้องรู้ว่ามันขาดฟอสฟอรัส เวลาเราใส่ปุ๋ยก็ต้องเพิ่มฟอสฟอรัสให้มากกว่าค่ากลาง ถ้าใส่ตามค่ากลางมันก็ยังขาดต่อไปอีก
ต้นปาล์มลำต้นทรงปิระมิด คอเล็กเนื่องจากขาดธาตุฟอสฟอรัส
เราต้องพยายามแก้ไปเรื่อยๆ และเห็นผลว่าต้นที่ใส่ฟอสฟอรัสเพิ่มคอมันจะใหญ่ขึ้น พอคอใหญ่ทะลายจะใหญ่ขึ้นมาเลย ผมคิดเองว่าเมื่อปาล์มได้ธาตุอาหารเลี้ยงต้นเพียงพอมันจะเหลือไปบำรุงลูกบำรุงทะลายได้ ถ้ามันขาดก็เลี้ยงต้นก่อนไม่เหลือไปเลี้ยงทะลาย ทะลายก็จะเล็ก

จะเห็นได้ว่าแม้พี่โสฬสจะให้ความสำคัญกับผลตรวจวิเคราะห์จากห้องแล็บ หากแต่เขาใช้มันเป็นเพียง “เข็มทิศ” ไม่ได้ใช้เป็น “นาย”

เทคนิคการใส่ปุ๋ยของสวนนี้ค่อนข้างแปลกจากที่ผู้เขียนเคยเห็น เพราะเขาจะเลือกใส่แม่ปุ๋ยทีละตัว ไม่ใช่นำแม่ปุ๋ยมาผสมรวมกันแล้วนำไปใส่

จริงๆ ผมไม่รู้จักสูตรปุ๋ยเลย เพราะเวลาวิเคราะห์หาธาตุอาหารเขาจะนำไปคำนวณเป็นน้ำหนักปุ๋ยเลยว่าใส่เท่าไหร่ เช่น ไนโตรเจน น้ำหนักเท่าไหร่ ฟอสฟอรัสเท่าไหร่ โปแตสเซียมเท่าไหร่ เวลาใส่ก็จะใส่ทีละตัว ไม่ได้นำ 3 ตัวมาผสมและใส่พร้อมกัน วิธีนี้จะช่วยให้เราเพิ่มปุ๋ยได้ง่ายขึ้น และแม่นยำ แก้ปัญหาเฉพาะจุดได้ ถ้าต้นไหนที่ผลผลิตเยอะยิ่งต้องใส่ปุ๋ยเยอะเพราะต้นต้องนำธาตุอาหารไปเลี้ยงผลผลิต

“แต่ปีนี้ปรับมาใส่สูตรเสมอ 16-16-16 แล้วใช้ไนโตรเจนเป็นฐาน จากนั้นจึงเพิ่มฟอสฟอรัส โปแตสเซียม ตามสัดส่วน เพื่อลดการทำงานลง เพราะผมใส่คนเดียว”

การตรวจวิเคราะห์ธาตุอาหารใบปาล์ม จึงมีความสำคัญในการจัดการสวนปาล์ม ทำให้รู้ว่าต้นปาล์มขาดอะไร และต้องการอะไร และจะเป็น “เข็มทิศ” ในการจัดการสวนปาล์ม โดยเฉพาะปุ๋ย 
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ต้นทุนต่ำ เพราะผลผลิตสูง
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ใส่ปุ๋ยขนาดนี้แล้วต้นทุนไปบานกระด้งเหรอครับ...??? ผู้เขียนถาม

ผมทำบันทึกข้อมูลการจัดการไว้อย่างละเอียดทั้งหมด ทั้งปุ๋ย ค่าแรง และค่าขนส่ง สรุปเป็นรายจ่ายรวมทั้งหมดในรอบ 1 ปี แล้วนำมาหารด้วยจำนวนผลผลิตรวมในรอบ 1 ปี แต่ปีนี้สรุปต้นทุนแล้วไม่เกิน 2 บาท/กก.ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ เพราะผลผลิตค่อนข้างสูง

“ผมลองเอาต้นทุนปุ๋ยทั้งหมดมาคิดเฉลี่ยเป็นน้ำหนักปุ๋ย 1 กระสอบ (50 กก.)  หารด้วยรายได้ทั้งหมด ต้นทุนปุ๋ยไม่เคยเกิน 700 บาท/กระสอบเลย ต้นทุนปุ๋ยจึงต่ำ เมื่อเทียบกับปุ๋ยสูตร แต่ถ้าเป็นปุ๋ยสูตรไม่ต่ำกว่า 900 บาท คนจึงไม่เชื่อว่าทำไมผมใส่ปุ๋ยเยอะแต่ต้นทุนกลับต่ำ ก็เพราะได้ผลผลิตสูงไงครับ” พี่โสฬสยืนยัน

การใส่ปุ๋ยตามผลวิเคราะห์ใบปาล์ม ช่วยประโยชน์ได้หลายทาง ได้แก่เพิ่มประสิทธิภาพการใส่ปุ๋ย โดยต้นปาล์มได้ประโยชน์เต็มที่ และยังช่วยลดต้นทุนปุ๋ยได้ไม่ต่ำกว่า 200 บาท/กระสอบ
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ผลผลิตพุ่งสูงต่อเนื่อง ตั้งเป้า 8 ตัน/ไร่/ปี
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
พี่โสฬสยังเปิดเผยข้อมูลผลผลิตให้ฟังว่า ข้อมูลผลผลิตปาล์มในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาตัวเลขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 4.6 ตัน/ไร่/ปี ปีต่อมาเพิ่มเป็น 6.7 ตัน และเมื่อปีที่แล้ว 7.3 ตัน ซึ่งสูงที่สุด ส่วนปีนี้ได้ 6.8 ตัน/ไร่/ปี โดยสาเหตุที่ปริมาณลดลงมาจากภัยแล้งเมื่อ 2 ปีก่อน แต่ก็ยังนับว่าสูงเมื่อเที่ยบกับค่าเฉลี่ยของประเทศ

“ผมเป็นคนขี้สงสัย ถ้าผลผลิตเดินขึ้นเรื่อยๆ ผมจะพยายามช่วยทุกวิถีทาง เช่น เพิ่มปุ๋ย หน้าแล้งก็ให้น้ำช่วยผมพยายามให้น้ำเพิ่มอย่างจริงจังมา 2 ปีแล้ว ปี 60-61 ผมมั่นใจว่าผลผลิตในสวนไม่น่าจะต่ำกว่า 7.3 ตัน ผมจะดูว่ามันจริงไหม

“ผมมองว่าเวลาอายุปาล์มมันเยอะขึ้น ขนาดทะลายใหญ่ขึ้น ถ้าเราทำทุกอย่างที่ปาล์มต้องการเพียงพอ ทะลายจะใหญ่ขึ้นมันก็เท่ากับเพิ่มน้ำหนัก ปีที่แล้วน้ำหนักเฉลี่ยทะลายละ 17 กก. ปีนี้ 22 กก. ทะลายใหญ่สุดหนัก 30 กว่า  (คำนวณจากนับทะลายขึ้นรถแล้วชั่งน้ำหนักที่โรงงาน แล้วนำมาหาร)  ผมจึงมาคิดว่า เราจะทำให้อย่างไรให้ทะลายน้องๆ มันใหญ่ตาม”
ผู้เขียนเกิดความสงสัยว่า ส่วนหนึ่งที่ผลผลิตในสวนของพี่โสฬสสูงในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา น่าจะเป็นธรรมชาติของต้นปาล์มที่จะให้ผลผลิตสูงสุดในช่วงอายุ 8-9 ปี หลังจากนี้ปริมาณจะค่อยๆ ลดลงตามธรรมชาติของปาล์มน้ำมัน

“ผมว่าถ้าเราให้ธาตุอาหารมันเพียงพอ และต่อเนื่อง ผลผลิตมันไม่น่าลด ถ้าเราคิดว่าอายุมันมากขึ้นผลผลิตจะลดลง มันจะเป็นตัวกำหนดการเอาใจใส่ปาล์มของเราทีนี้ปุ๋ยเราก็ไม่ใส่ น้ำก็ไม่ให้ ยังไงผลผลิตมันก็ลดลงแน่นอน แต่ที่ผมทำยิ่งผลผลิตเยอะผมยิ่งจะใส่ปุ๋ยเยอะ ดูแลมันให้ดี ผลผลิตจะสูงขึ้นเรื่อยๆ เขาเชื่อเหตุผลในการปฏิบัติของเขา ซึ่งมีน้ำหนักไม่น้อย
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ทางใบปาล์มเป็นปุ๋ยอินทรีย์ธรรมชาติ ต้นทุนต่ำ ธาตุอาหารสูง
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
สิ่งความแปลกตาในสวนของพี่โสฬสคือ ในสวนจะมีทางใบปาล์มปูเต็มพื้นสวนไปหมด ต่างจากที่เคยเห็นแค่นำไปกองไว้ตรงกลางระหว่างแถวต้นปาล์ม และตามต้นปาล์มก็ไม่มีต้นเฟินให้เห็น ซึ่งผิดปกติวิสัยของสวนปาล์มภาคใต้ จึงทำให้สวนปาล์มของเขาไม่มีหญ้า แลดูสะอาดตา

“ทางกลุ่มมีกิจกรรมให้ทุกสวนทำปุ๋ยหมักจากทะลายปาล์ม เขาจะมีทะลายปาล์มจากโรงงานสนับสนุนให้ แต่ผมไม่มีเวลาทำ จึงไปหารือกับ .ธีระพงศ์นอกรอบว่าถ้าผมจะใช้ทางปาล์มปูให้เต็มสวนจะสร้างอินทรียวัตถุได้เพียงพอไหม อาจารย์บอกว่าถ้าทำได้มันเหลือเฟือมาก แต่ไม่มีใครทำกัน ผมจึงเริ่มทำเลย สังเกตว่าเราปูตามพื้นมันย่อยสลายเร็วกว่ากองไว้เป็นแถว แล้วหญ้าไม่ค่อยขึ้นด้วย ตรวจวัดแล้วอินทรียวัตถุในดิน 5.7 มันสูงมาก ทั้งที่ไม่เคยใส่มูลสัตว์สักนิดเลย มาจากทางปาล์มในสวนล้วนๆ 
การปูทางใบจึงเป็นเหมือน “ตู้เซฟ” เก็บความชื้นหน้าดินในสวน เป็น ยาฆ่าหญ้าธรรมชาติ ช่วยลดการเกิดหญ้าในสวนได้อย่างดี และที่สำคัญ เป็น โรงงานปุ๋ยอินทรีย์” คุณภาพเยี่ยมให้สวนปาล์ม

โดยสรุปประโยชน์ของการปูทางใบจึงเป็นเหมือน “ตู้เซฟ” เก็บความชื้นหน้าดินในสวน เป็น ยาฆ่าหญ้าธรรมชาติ ช่วยลดการเกิดหญ้าในสวนได้อย่างดี และที่สำคัญ เป็น โรงงานปุ๋ยอินทรีย์” คุณภาพเยี่ยมให้สวนปาล์ม

ส่วนเฟินตามต้นปาล์มนั้นเป็นความชอบส่วนตัว  เนื่องจากไม่ต้องการให้มันดูรก อยากให้ลำต้นสะอาดสะอ้านแค่นั้นเอง
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ตัดปาล์มสุก เปอร์เซ็นต์น้ำมัน 21% ขายได้ราคาสูง
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ประเด็นสำคัญอีกเรื่องที่พี่โสฬสให้ความสำคัญมากๆ คือ ตัดปาล์มสุก ซึ่งเป็น “ปัญหาใหญ่เท่าภูเขา” ของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย เนื่องจากยังมีเกษตรกรตัดดิบที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันต่ำจำนวนมาก จนเป็น “จุดอ่อน” ให้โรงงานกดเปอร์เซ็นต์น้ำมันและราคา

“ราคาปาล์มวันนี้โรงงานคำนวณจากเปอร์เซ็นต์ 14-17ไม่เกินนี้ เพราะยังตัดปาล์มดิบขายกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ของผมตัดปาล์มสุก เปอร์เซ็นต์ไม่ต่ำกว่า 20-21% จึงต่อรองราคาเพิ่มจากโรงงานได้ เรื่องนี่มันใหญ่มาก รณรงค์ให้ตัดปาล์มสุกกันมาหลายปี แต่ไม่ดีขึ้น”
“เหตุผลส่วนหนึ่งผมว่าเจ้าของสวนเองไม่ได้เข้าไปดูแลควบคุม ปล่อยให้เขาตัดกัน ของผมวันแทงปาล์มผมจะเข้าไปควบคุม จะไม่มีการปาดดูว่าสุกหรือไม่สุก เพราะการปาดเกิดจากเห็นว่ามันยังไม่สุกแล้วลองปาดดูเผื่อมันจะสุก ทั้งๆ ที่เห็นว่ามันไม่สุก อย่างนี้ไม่เอาถ้าสงสัยผ่านเลย รอบหน้าค่อยตัด เพราะผมจะตัดปาล์มถี่ 10 วันครั้ง รอบหน้าสุกพอดี จริงๆ ปาล์มสุกดูง่าย แต่คนตัดเขาไม่สนเขาต้องการแค่ตัดเยอะๆ ปริมาณเยอะ ค่าแรงจะสูง 

ทั้งนี้ วิธีดูปาล์มสุกง่ายๆ คือ จะมีลูกร่วงลงมาโคนต้นปาล์ม และต้องมีสีแดงตั้งแต่ปลายทะลายลงมาถึงโคน อย่างน้อย 80% ของทะลาย  ส่วนปาล์มต้นสูงๆ ที่คนตัดมักอ้างว่าดูยากว่าสุกหรือไม่ จริงๆ แค่ตัดทางลงก่อน ก็จะเห็นแล้วว่าทะลายปาล์มสุกหรือไม่ ถ้าโคนทะลายสีเหลืองส้มแสดงว่าสุก ถ้ายังเหลืองขาวแสดงไม่สุก 
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ให้น้ำหน้าแล้ง เพิ่มความสมบูรณ์
 ━━━━━━━━━━━━━━━━━━
แม้จะอยู่ในพื้นที่เหมาะสม เป็นที่ลุ่มของ อ.พุนพิน แต่ก็มักจะเจอปัญหาแล้งยาวนานเกือบทุกปี จนส่งผลกระทบกับต้นปาล์มได้

“ผมไปดูงานที่มาเลเซียเขามีปริมาณน้ำฝนมากและกระจายตัวทั้งปี ผลผลิตเขาจึงสูง แต่ของไทย พอถึงช่วงฤดูแล้งมันไม่มีฝน ประมาณ 3-4 เดือน ต้นปาล์มทนไม่ได้ ช่วงนี้ผมจะให้น้ำช่วย ทำต่อเนื่องมา 2 ปีแล้ว แค่ใช้วิธีง่ายๆ สูบน้ำด้วยท่อพญานาคแล้วต่อสายไปจุดที่สูงที่สุดในสวนแล้วปล่อยให้ไปไหลลงไปในสวนจนเปียกชุ่ม หมุนเปลี่ยนจุดไปเรื่อยๆ ทำเป็นล็อกๆ ไป จนทั่วสวน ประมาณ 20 วันครั้ง” 
“พอเดือนเมษายนก็จะเริ่มใส่ปุ๋ยแล้ว หลังรดน้ำเสร็จหนึ่งวันก็ใส่ปุ๋ยเลย ปุ๋ยจะละลายดีเพราะดินมันชุ่ม แต่ถ้าใส่ปุ๋ยแล้วรดน้ำปุ๋ยจะละลายตามน้ำไปหมด พอมีการให้น้ำจะช่วยให้ใส่ปุ๋ยต้นฤดูมีประสิทธิภาพขึ้น”

พี่โสฬส มองว่าการทำสวนปาล์ม ยังไปต่อได้อย่างมั่นคง เพียงแต่ข้อสำคัญเกษตรกรรายย่อยไม่ควรนำวิธีการจัดการของสวนใหญ่ที่มีความพร้อมทั้งทุน เครื่องมือ และเทคโนโลยี มาเป็นแบบอย่าง แต่ต้องนำ “ความเล็ก” มาเป็น “จุดแข็ง” เนื่องจากสวนเล็กสามารถดูแลสวนได้ละเอียดและทั่วถึง ทำให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูงมากกว่าปกติ

“สวนผมเป็นหนึ่งในแปลงต้นแบบ ของโครงการขับเคลื่อนงานวิจัยมาใช้ประโยชน์ของ กรมวิชาการเกษตร มีคนที่เข้าร่วมโครงการมาดูจำนวนมาก ส่วนใหญ่มาดูแนวทางการจัดการเป็นหลัก ผมจะบอกว่าแล้วมาดูก็ไม่ใช่ว่านำไปใช้เลย แต่นำไปดัดแปลงให้เหมาะสมกับสวนในพื้นที่ของตัวเอง ตรงนี้สำคัญมากคือการคิดและประยุกต์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ตัวเอง
ตัวอย่างของสวนปาล์ม 44 ไร่ ใน อ.พุนพิน แห่งนี้เป็นตัวอย่างที่ยืนยันได้อย่างชัดเจน ซึ่งพี่โสฬสทุ่มเทให้อย่างหมดหัวใจ และความภาคภูมิใจที่ได้รับ นอกจากผลผลิตและรายได้ มันคือ ความภาคภูมิใจในอาชีพชาวสวนปาล์ม

“เราทุ่มเททำแล้วเห็นผลงานมันภาคภูมิใจ เพราะนี่คืออาชีพของผม ผมรักในอาชีพที่ทำ” 

ขอขอบคุณ
นายโสฬส เดชมณี
38 หมู่ 1 ต.ศรีวิชัย อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี 84130 โทร.08-1370-0105

- Advertisement -


ไม่มีความคิดเห็น:

บทความที่ได้รับความนิยม