ADVERTISMENT

ปาล์มน้ำมัน

[ปาล์มน้ำมัน][bsummary]

ยางพารา

[ยางพารา][bsummary]

ADVERTISMENT

เทคนิคจากสวน

[เทคนิคจากสวน][twocolumns]

NEWS

[News][bleft]

ปลูกปาล์มพันธุ์ดี ซีหราด เอลิท ทนแล้งจริง ลำต้นใหญ่ ให้ผลผลิตเร็ว

ปาล์มน้ำมันในภาคอีสาน โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.สกลนคร กำลังสะท้อนให้เห็นถึง “ศักยภาพที่ถูกมองข้าม” มาอย่างยาวนาน จากบทสัมภาษณ์ของคุณทัชชเวชย์  มงคลแก้ว หรือ “คุณต้น” เจ้าของสวนปาล์มและแปลงเพาะต้นกล้า “สกลนครพันธุ์ปาล์ม” พบว่าพื้นที่สกลนครจำนวนไม่น้อยเป็นพื้นที่ลุ่ม สามารถกักเก็บความชื้นได้ดีในระดับหนึ่ง


แม้ภาพรวมของภาคอีสานจะถูกมองว่าแห้งแล้ง แต่หากเลือกพื้นที่เหมาะสมและบริหารจัดการอย่างถูกต้อง ก็สามารถยกระดับผลผลิตปาล์มน้ำมันให้สูงได้ไม่แพ้บางพื้นที่ในภาคใต้


เดิมทีผมไม่เชื่อเลยว่าปาล์มจะปลูกได้ในอีสาน เพราะเคยเห็นแต่ตัวอย่างที่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่เมื่อได้ไปเห็นแปลงปลูกจริงในพื้นที่เดียวกันที่สามารถให้ผลผลิตได้ แม้ไม่มีระบบน้ำ ก็ทำให้มุมมองเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง



หัวใจสำคัญของปาล์มอีสานที่คุณต้นย้ำชัดเจนจากประสบการณ์ตรงคือ “การเลือกสายพันธุ์” เขาเปรียบเทียบไว้อย่างเห็นภาพว่า “การปลูกปาล์มก็เหมือนติดกระดุมเม็ดแรก ถ้าเม็ดแรกผิด ที่เหลือก็ผิดหมด” โดยสายพันธุ์ที่เขาเลือกใช้หลักในสวนคือ ซีหราด ซึ่งมีลักษณะเด่นด้านทนแล้ง และให้ผลผลิตสม่ำเสมอทั้งปี โดยเลือก 2 สายพันธุ์ คือ  “ซีหราด เอลิท” ซึ่งปลูกถึงประมาณ 90% ของพื้นที่ และอีกส่วนหนึ่งเป็น “ซีหราด มิลเลนเนียม” ทั้งสองสายพันธุ์มีศักยภาพใกล้เคียงกัน แต่เอลิทมีจุดเด่นเรื่องลำต้นใหญ่ ทะลายดก และทางใบสั้นกว่า


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่ “พันธุ์อะไร” แต่คือ “ต้องเป็นพันธุ์แท้” เพราะคุณต้นย้ำอย่างหนักแน่นว่า “ถ้าได้พันธุ์แท้ เราชนะไปแล้ว 50% แต่ถ้าได้พันธุ์ปลอม ต่อให้ใส่ปุ๋ยดีแค่ไหน ก็ไม่มีวันได้เต็มร้อย”


ในด้านการตั้งเป้าผลผลิต คุณต้นมองภาพไว้อย่างชัดเจน โดยตั้งเป้าในระยะให้ผลเต็มที่ประมาณ 6 ตัน/ไร่/ปี ซึ่งหากคิดที่ราคาประมาณ 6 บาท/กก. จะสร้างรายได้ราว 36,000 บาท/ไร่/ปี ซึ่งศักยภาพของสายพันธุ์ปาล์มซีหราดทำได้ไม่ยาก

จากประสบการณ์ในแปลงปลูกจริงในพื้นที่ อ.พรรณานิคม ปาล์มเริ่มให้ผลผลิตตั้งแต่อายุประมาณ 2 ปีครึ่ง และเมื่ออายุ 3 ปี 8 เดือน ก็เริ่ม “มองเห็นกำไร” แล้ว แม้ในช่วงแรกของการทำสวนจะมีข้อผิดพลาดเรื่องการใส่ปุ๋ยเคมีน้อยเกินไป เนื่องจากเน้นอินทรียวัตถุเป็นหลัก แต่ก็กลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ยืนยันว่า การจัดการธาตุอาหารอย่างสมดุลเป็นอีกครึ่งหนึ่งของความสำเร็จหลังจากเลือกพันธุ์ที่ถูกต้อง


อีกหนึ่งมุมมองที่น่าสนใจจากบทสัมภาษณ์คือแนวคิดเรื่อง “การไม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวทั้งหมด” คุณต้นแนะนำว่าเกษตรกรอีสานควรแบ่งพื้นที่บางส่วนมาปลูกปาล์ม ไม่ใช่เปลี่ยนทั้งหมดในครั้งเดียว เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้หมุนเวียนจากพืชหลายชนิด ทั้งข้าว อ้อย มันสำปะหลัง หรือยางพารา ซึ่งสอดคล้องกับวิถีเกษตรของภาคอีสานที่ต้องอาศัยความยืดหยุ่นและการปรับตัวอยู่เสมอ


คุณต้นสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ปาล์มน้ำมันไม่ใช่เพียง “พืชใหม่” ของภาคอีสาน แต่กำลังกลายเป็น “โอกาสใหม่” ถ้าที่มีพื้นฐานจากความเข้าใจพื้นที่ การเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม ซึ่งคุณต้นฝากข้อคิดสำคัญไว้ว่า “ปลูกปาล์มทั้งที ต้องได้พันธุ์แท้ เพราะมันคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง”


ดูคลิปวิดีโอ




ไม่มีความคิดเห็น:

บทความที่ได้รับความนิยม