ปาล์มน้ำมัน

[ปาล์มน้ำมัน][bsummary]

ยางพารา

[ยางพารา][bsummary]

เทคนิคจากสวน

[เทคนิคจากสวน][twocolumns]

NEWS

[News][bleft]

กรดฟอร์มิกปลอมระบาดทางภาคอีสาน


สารจับตัวยาง” ยังเป็นประเด็นที่สร้างความเสียหายและเดือดร้อนแก่เกษตรกรผู้ผลิตยางก้อนถ้วยอยู่อย่างต่อเนื่อง จากการที่ผู้ประกอบการจำหน่ายสารจับตัวยางที่มีส่วนประกอบของกรดซัลฟิวริกและเกลือแคลเซียมคลอไรด์ที่ส่งผลกระทบต่อยางก้อนถ้วยที่จะนำไปผลิตเป็นยางแท่งและยางล้อ

ตามคำแนะนำการผลิตยางก้อนถ้วยคุณภาพดี ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง การยางแห่งประเทศไทย ได้แนะนำ ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้กรดฟอร์มิกในการจับตัวยางก้อนถ้วยเนื่องจากเป็นสารอินทรีย์ที่สลายตัวง่าย ไม่มีผลตกค้างในยางและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ได้ยางที่มีความยืดหยุ่นดี สมบัติทางกายภาพดี

แต่ผู้ประกอบการบางรายจงใจผลิตสารจับตัวยางที่มีส่วนประกอบซัลเฟตและเกลือคลอไรด์เพื่อช่วยให้ยางจับตัวเร็ว มีการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง อวดสรรพคุณต่างๆ มากมาย ว่าเป็นสารชีวภาพ สารอินทรีย์ สารออแกนิคให้เข้าใจว่าปลอดภัย ได้น้ำหนักดี จับตัวเร็ว สู้ฝน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นต้น 

ศูนย์บริการทดสอบรับรองภาคตะวันออก ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง จึงได้ลงพื้นที่สุ่มเก็บตัวอย่างสารจับตัวยางทางภาคอีสานรวม 22 ตัวอย่าง เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีด้วยเครื่องมือ Ion Chromatography พบว่ามีเพียง 1 ตัวอย่างเท่านั้นที่เป็นกรดฟอร์มิกแท้ความเข้มข้น 94% ตรงตามฉลากที่ระบุ

ส่วนอีก 8 ตัวอย่างหรือร้อยละ 36.4 เป็นกรดฟอร์มิกเช่นกันแต่ความเข้มข้นไม่เป็นไปตามที่ระบุ ซึ่งตรวจพบเพียง 17.89 – 82.92% เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ฉลากระบุ 94% บ้าง 100% บ้าง

นอกจากนี้มี 7 ตัวอย่างหรือร้อยละ 31.8 ที่เป็นกรดซัลฟิวริกพบระดับความเข้มข้นระหว่าง 36.17 – 99.74% โดยที่บนฉลากจะตั้งชื่อทางการค้าเป็นชื่ออื่นทั้งหมด และยังมีอีก 5 ตัวอย่างหรือร้อยละ 22.7 ที่พบทั้งกรดฟอร์มิกผสมแคลเซียมคลอไรด์ และกรดซัลฟิวริกผสมแคลเซียมคลอไรด์ และที่เหลืออีก 1 ตัวอย่างเป็นแคลเซียมคลอไรด์ล้วน ๆ ที่มีความเข้มข้น 36.78%

นอกจากนี้จากการตรวจสอบปริมาณโลหะด้วยเครื่อง Atomic Absorption Spectroscopy ทั้งกรดฟอร์มิกปลอมและกรดอื่นที่ไม่ได้ระบุชนิดของสารเคมียังพบโลหะธาตุของแคลเซียมตั้งแต่ระดับ 0.17 – 5,340 ppm แมกนีเซียมระหว่าง 0.11 – 49.28 ppm ธาตุเหล็ก 0.02 – 0.53 ppm และทองแดงน้อยกว่า 0.01 ppm 

จากการศึกษาของปรีดิ์เปรม, 2557 พบว่าหากน้ำยางมีปริมาณแคลเซียมเกินกว่า 500 ppm ขึ้นไปจะทำให้ยางขาดความยืดหยุ่น ยางมีความหนืดต่ำ และมีปริมาณความชื้นสูง ซึ่งปริมาณโลหะธาตุที่อยู่ในน้ำยางจะส่งผลต่อรอยตำหนิที่เกิดขึ้นบนผลิตภัณฑ์ได้โดยเกิดรอยแตกทำให้แรงรับน้ำหนักบริเวณนั้นเสียไป

ที่สำคัญเกษตรกรไม่สามารถแยกแยะได้ว่าขวดไหนเป็นกรดฟอร์มิกจริง ขวดไหนเป็นกรดฟอร์มิกปลอม สร้างความสับสนให้กับเกษตรกร เนื่องจากสารจับตัวยางที่ระบุว่ากรดฟอร์มิกนั้น ก็ยังไม่ใช่กรดฟอร์มิกตามที่ระบุ แต่ถึงแม้ว่าบางยี่ห้อเป็นฟอร์มิกแต่ก็มีความเข้มข้นน้อยกว่าตามที่ระบุอยู่มาก

นอกจากนี้กลุ่มเกษตรกรบางรายได้หารือพร้อมตั้งข้อสงสัยการใช้กรดในการจับตัวยางผลิตยางก้อนถ้วยโดยแจ้งว่ากรดที่ระบุว่าเป็นกรดฟอร์มิกนั้น เกิดผลกระทบต่อผิวหนังอย่างรุนแรง เป็นแผลลึกเข้าไปในเนื้อต่างจากกรดฟอร์มิกที่เคยใช้ในอดีต ซึ่งจากการที่ใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ชั้นสูงสามารถทราบชนิดและปริมาณของกรดชนิดต่าง ๆ ได้ค่อนข้างแม่นยำ จึงทำให้เรื่องดังกล่าวกระจ่างเห็นถึงความเห็นแก่ได้ของผู้จำหน่ายสารจับตัวบางรายที่เอาเปรียบผู้บริโภคสร้างความเสียหายต่อคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนยาง

หลอกลวงผู้บริโภค
ผลการทดสอบดังกล่าวสามารถทราบส่วนประกอบของสารเคมีและโลหะชนิดต่าง ๆ ที่ปลอมปน ถือว่าผู้ประกอบการจำหน่ายสารจับตัวมีเจตนาในการหลอกลวงผู้บริโภค โฆษณาชวนเชื่อเกินความจริง ให้เกษตรกรหลงเชื่อถึงความปลอดภัย โดยอ้างว่าไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม น้ำยางสามารถจับตัวแข็งตัวไวกว่า ก้อนยางสีสวย ไม่ติดก้นถ้วย ยางไม่เหนียว ไม่มีกลิ่นของสารระเหยที่รุนแรงกับจมูก ไม่แสบคันเมื่อสัมผัส ขี้ยางไม่มีกลิ่นเหม็นและได้น้ำหนักยางเพิ่มขึ้น ซึ่งคำกล่าวอ้างดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 22
 ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรชาวสวนยาง
จากการตรวจสอบราคาจำหน่าย “กรดปลอม” ที่ระบุไว้บนฉลากว่าเป็นกรดฟอร์มิกเข้มข้น 94% มีสัญลักษณ์แตกต่างกัน ในร้านค้าปลีกระบุความเข้มข้น 94% ปริมาตร 5 ลิตร ราคาจำหน่ายแกลลอนละ 250 - 270 บาท แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีความเข้มข้นของกรดฟอร์มิกไม่เกิน 87% และสารอื่นผสมอยู่ ถึงแม้ว่าผู้ประกอบการจะปลอมปนสารชนิดอื่นลงไปซึ่งมีมูลค่าไม่มากนัก แต่ก็สร้างความเสียหายให้กับคุณภาพยางและผลต่อประเทศชาติอย่างมหาศาล สุขภาพของเกษตรกรและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งเกษตรกรต้องซื้อของที่แพงโดยไม่จำเป็นอีกด้วย

ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศชาติ
จากข้อมูลสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรปี 2559 ผลผลิตยางทางภาคอีสานทั้งหมดมีปริมาณทั้งสิ้น636,531 ตัน และจากการใช้กรดปลอมพบว่าคุณภาพยางไม่ได้มาตรฐานและกว่าร้อยละ 50 ที่พบๆ ว่าสารจับตัวยางมีส่วนผสมของกรดซัลฟิวริกแทบทั้งสิ้น รวมทั้งบางยี่ห้อมีเกลือผสมอยู่

ทั้งนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะคุณภาพยางในภาพรวมเท่านั้น ยังเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของเกษตรกรชาวสวนยาง ต่อสุขภาพอนามัย ผลต่อหน้ายาง และสิ่งแวดล้อมซึ่งจะประเมินค่าไม่ได้กับความเสียหายที่เกิดขึ้น 
มาตรการในอนาคต
การยางแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการควบคุมคุณภาพยางต้นน้ำระดับประเทศ ควรมีมาตรการในการควบคุมสารจับตัวยางทุกชนิดในเชิงการค้าโดยจะต้องร่วมหารือกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งนี้ผู้จำหน่ายจะต้องขอขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย เพื่อทำการควบคุมคุณภาพยางไทยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นยางที่ดีที่สุดในโลก #ยางพารา #วิชาการ

เรื่อง : ปรีดิ์เปรม ทัศนกุล  นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง การยางแห่งประเทศไทย



Advertising

สนใจลงโฆษณา โทร 08-6335-2703

ไม่มีความคิดเห็น:

บทความที่ได้รับความนิยม