ปาล์มน้ำมัน

[ปาล์มน้ำมัน][bsummary]

ยางพารา

[ยางพารา][bsummary]

เทคนิคจากสวน

[เทคนิคจากสวน][twocolumns]

NEWS

[News][bleft]

สวนปาล์มเมืองตรัง พันธุ์ซีหราดมิลเลเนียม ทนแล้ง ผลผลิตไม่ขาดคอ

เมื่อสวนยางไม่มั่นคงเหมือนเดิม “ปาล์มน้ำมัน” ก้าวขึ้นมาเป็นความหวังของเกษตรกรตรัง เรื่องราวการปรับตัวของ คุณยงยุทธ สนั่นชาติวณิช หรือ “โกติน” ผู้เปลี่ยนวิกฤติสวนยาง เป็นโอกาสจากปาล์มน้ำมันพันธุ์ทนแล้ง


จังหวัดตรังคือหนึ่งในพื้นที่ที่ขึ้นชื่อด้านยางพารามาอย่างยาวนาน แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ฝนทิ้งช่วง 4–5 เดือนสลับกับช่วงฝนหนักยาวนาน ได้กลายเป็นความท้าทายใหญ่สำหรับเกษตรกรสวนยางในหลายอำเภอ โดยเฉพาะอำเภอห้วยยอด ที่ฤดูกาลและความชื้นไม่เอื้อต่อการกรีดยางเหมือนในอดีต ส่งผลให้รายได้ไม่แน่นอน และมีช่วงว่างงานนานหลายเดือน


นี่คือบริบทที่ทำให้เกษตรกรจำนวนหนึ่งเริ่มมองหาพืชเศรษฐกิจทางเลือก และ “ปาล์มน้ำมัน” คือหนึ่งในตัวเลือกที่โดดเด่นขึ้นอย่างชัดเจน หนึ่งในเกษตรกรที่มองเห็นโอกาสนี้คือ คุณยงยุทธ สนั่นชาติวณิช หรือ “โกติน” เจ้าของร้านเครื่องเทศ  “ยิ้นจี้ถ่อง”  และทายาทสวนยางพารารุ่นที่ 3 ผู้เติบโตมาท่ามกลางทั้งธุรกิจครอบครัวและงานเกษตร แต่กลับกล้าปรับตัวเมื่อเห็นว่ายางพาราไม่ตอบโจทย์ความมั่นคงอีกต่อไป


📌จากสวนยางสู่สวนปาล์ม จุดเริ่มต้นมาจาก “ความแห้งแล้ง”

โกตินเล่าว่า สภาพพื้นที่อำเภอห้วยยอดในช่วง 8-10 ปีที่ผ่านมาแห้งแล้งต่อเนื่อง บางปีฝนหายไป 5-6 เดือนติดกัน ทำให้สวนยางเสียหายหนัก ทั้งเรื่องการกรีดไม่ได้ และต้นยางที่อ่อนแอเพราะขาดน้ำ พร้อมกับราคายางที่ไม่ดีเหมือนในอดีต
เขาจึงเริ่มศึกษาการปลูกปาล์มน้ำมันอย่างจริงจังนานกว่า 8 ปี

“ถ้าจะปลูกปาล์ม ก็ต้องเลือกพันธุ์ที่ทนแล้ง”  นี่คือโจทย์สำคัญที่ทำให้โกตินเริ่มค้นคว้าจนพบว่า กลุ่มกลุ่มพันธุ์สายลาแม (Lame) ซึ่งรวมถึง “พันธุ์ซีหราดมิลเลนเนียม” มีชื่อเสียงเรื่องความทนแล้ง และให้ผลผลิตได้แม้ในปีที่ฝนขาดช่วงยาวนาน


📌2 สวน 40 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 4–5 ตัน/ไร่/ปี


ปัจจุบันโกตินมีสวนปาล์มน้ำมัน 2 แปลง พื้นที่ 10 ไร่ อายุ 5 ปี และพื้นที่ 30 ไร่ อายุ 10 ปี ผลผลิตเฉลี่ยรวมทั้งสวนอยู่ที่ 4–5 ตัน/ไร่/ปี ซึ่งถือว่าโดดเด่นมากในพื้นที่ที่มีปัญหาฝนแล้งซ้ำซาก


เขายังเล่าว่า ในช่วงปี 2566-2567 ที่ภาคใต้ประสบภาวะแห้งแล้งยาวนาน 5–6 เดือน ซึ่งเป็นปีที่หลายสวนแทบไม่มีผลผลิตออกเลย แต่สวนของเขากลับยัง คงเส้นคงวาเฉลี่ยราว 4.5 ตัน/ไร่/ปี และเพิ่มขึ้นชัดเจนในช่วงที่ราคาปาล์มสูงในปี 2567

ต้นปาล์มค่อนข้างสม่ำเสมอ ไม่ขาดคอ ช่วงที่คนอื่นไม่มีผลผลิต แต่สวนผมยังพอมีออกเรื่อยๆ

จุดเด่นของสวนโกตินคือ “ความสม่ำเสมอของผลผลิตตลอดปี” แม้ในสภาพอากาศสุดท้าทาย

📌สูตรปุ๋ย–ธาตุอาหารแบบโกติน

นอกจากการเลือกพันธุ์ที่เหมาะกับพื้นที่แล้ว การจัดการต้นทุนและธาตุอาหารคืออีกหัวใจที่ทำให้ผลผลิตไม่สะดุด โกตินใช้ปุ๋ย เฉลี่ย 10 กก./ต้น/ปี โดยประกอบด้วย

  • ปุ๋ยสูตร 14-10-30 หรือ 15-10-30 : 7 กก./ต้น/ปี
  • 46-0-0 : 1 กก./ต้น/ปี
  • 0-0-60 : 1 กก./ต้น/ปี
  • ธาตุอาหารเสริม
    • แมกนีเซียม

    • โบรอน

  • จุลธาตุที่สำคัญ

    • คอปเปอร์ซัลเฟต (ทองแดง) 80 กรัม/ต้น/ปี

    • ซิงค์ซัลเฟต (สังกะสี) 50 กรัม/ต้น/ปี

การให้ปุ๋ยแบบ “ครบถ้วน” และเป็นรอบๆ ทำให้ต้นปาล์มของเขามีศักยภาพรับมือทั้งปีแล้งและปีฝนหนักได้อย่างสมดุล


📌ตัวอย่างการปรับตัวของเกษตรกรรุ่นเก่า ในสวนปาล์มยุคใหม่

เรื่องราวของโกตินคือภาพสะท้อนของเกษตรกรรุ่นเก่าที่ไม่ยึดติดกับอดีต แต่เลือกใช้ข้อมูล สังเกตการณ์จริง และศึกษาอย่างต่อเนื่องเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมกับพื้นที่ของตัวเอง


เมื่อสวนยางไม่สามารถสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวได้เหมือนเดิม เขาจึงตัดสินใจปรับตัว ปลูกพืชที่ทนความแปรปรวนของอากาศได้ดีขึ้น นั่นคือ ปาล์มน้ำมัน “พันธุ์ซีหราดมิลเลนเนียม”  ผนวกกับการจัดการปุ๋ย ธาตุอาหารเสริมอย่างเป็นระบบ จนทำให้ผลผลิตของสวนมีออกตลอดทั้งปี สวนไม่ขาดช่วง และสามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคงแม้อยู่ท่ามกลางสภาพอากาศที่สุดโต่ง

เรื่องราวนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนพืชปลูก แต่คือ การปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของเกษตรกรไทยในยุคภูมิอากาศแปรปรวน ปาล์มน้ำมันอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกพื้นที่ แต่กรณีของโกตินคือบทเรียนว่า

ถ้ารู้จักพื้นที่ของตัวเอง เลือกพันธุ์ที่เหมาะสม และบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ก็สามารถสร้างความมั่นคงจากสวนได้เหมือนกัน


ขอขอบคุณ
คุณยงยุทธ สนั่นชาติวณิช (โกติน)
บริษัท สยามเอลิทปาล์ม จำกัด

ดูคลิปวิดีโอ

ไม่มีความคิดเห็น:

บทความที่ได้รับความนิยม