ถอดรหัสสวนปาล์มต้นแบบ โสฬส เดชมณี : ทำผลผลิตปีแรก 4.28 ตัน ปีที่สอง 6.48 ตัน/ไร่/ปี
ปรับฐานคิด : สวนปาล์มคือการลงทุนล่วงหน้า
แนวคิดสำคัญของคุณโสฬสคือ การมองว่าการทำสวนปาล์มไม่ใช่แค่การปลูกแล้วรอผลผลิต แต่คือการ “ลงทุนล่วงหน้า” โดยเฉพาะเรื่องการจัดการดินและธาตุอาหาร เขาเน้นย้ำว่าสิ่งที่ใส่ลงไปในวันนี้ จะส่งผลต่อผลผลิตในอีก 2 ปีข้างหน้า หากต้องการผลผลิตสูงตั้งแต่เก็บเกี่ยวปีแรก จำเป็นต้องเริ่มบำรุงตั้งแต่วันแรกที่ต้นปาล์มลงดิน ไม่ใช่รอให้ต้นโตแล้วค่อยใส่ปุ๋ย การวางแผนที่ชัดเจนและการจดบันทึกข้อมูลจึงเป็นหัวใจสำคัญของการทำสวนปาล์มแบบมืออาชีพ
การเตรียมพื้นที่และการจัดการดินอย่างถูกจุด
ก่อนจะเริ่มปลูก คุณโสฬสใช้เวลากว่า 1 ปีในการปรับปรุงโครงสร้างดิน เนื่องจากพื้นที่เดิมเป็นที่ลุ่มน้ำขัง เขาใช้วิธีปลูกกล้วยนำร่องเพื่อปรับสภาพดินก่อน 4-5 ปี และที่สำคัญที่สุดคือการแก้ปัญหา “ค่า pH ของดิน” โดยตรวจวัดอย่างละเอียด จุดไหนเป็นกรดใช้ปูนขาวหรือโดโลไมต์ จุดไหนเป็นด่างใช้กำมะถันผง เพื่อให้ดินมีความสมดุลและพร้อมสำหรับการดูดซึมธาตุอาหารของต้นปาล์มมากที่สุด
เลือกสายพันธุ์ที่ตอบโจทย์และเทคนิคการปลูก
การเลือกสายพันธุ์เป็นสิ่งสำคัญ คุณโสฬสเลือกใช้พันธุ์ AA Hybrida 1S เพราะชื่นชอบในทรงต้นและศักยภาพของผลผลิต โดยเลือกปลูกต้นกล้าอายุ 10 เดือน วางแนวปลูกในทิศเหนือ-ใต้เพื่อให้ได้รับแสงแดดอย่างทั่วถึง และใช้ระยะปลูก 9x9 เมตร โดยเน้นการจัดระดับดินให้เสมอกันเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยวิกฤตที่ส่งผลต่อความสม่ำเสมอของผลผลิต
สูตรไม่ลับ แค่จัดการธาตุอาหารตามความต้องการของปาล์มและเพิ่มตามผลผลิต
เคล็ดลับที่ทำให้ได้ผลผลิต 4.28 ตันตั้งแต่ปีแรก คือการให้ธาตุอาหารตาม “เรโช” (Ratio) ที่เหมาะสม โดยคุณโสฬสไม่ได้ใช้เพียงแค่การคาดเดา แต่ใช้หลักวิชาการ และวิธี “วิเคราะห์ใบ” เพื่อดูว่าพืชขาดอะไรและต้องการอะไรเพิ่ม โดยการใส่ปุ๋ยแบบ “ยกทั้งแผง”
ในส่วนของการจัดการปุ๋ย คุณโสฬสเน้นการใช้ “แม่ปุ๋ย” เพื่อความแม่นยำและประหยัดต้นทุน โดยมีหลักการสำคัญคือการรักษาสัดส่วนธาตุอาหารให้เหมาะสมกับช่วงอายุพืช โดยยึดหลักการคำนวณโดยให้ค่าฟอสฟอรัส (P) เป็น 1 ส่วนเสมอ แล้วจึงปรับ N และ K ตามสัดส่วน เช่น ในปีแรกที่ต้องการเร่งการเจริญเติบโตควบคู่กับการสะสมอาหาร จะใช้เรโชประมาณ 2.5 : 1 : 2.5 และค่อยๆ ปรับสัดส่วนตามความต้องการของพืชที่เปลี่ยนไปเมื่อเริ่มให้ผลผลิต
การใส่ปุ๋ยของคุณโสฬสจะใช้วิธี “ยกขึ้นทั้งแผง” คือเพิ่มปริมาณธาตุอาหารทุกตัวให้สัมพันธ์กัน ไม่เลือกใส่เพียงตัวใดตัวหนึ่ง เพราะธาตุอาหารทุกชนิดมีส่วนช่วยเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกัน
โดยภาพรวมแล้วคุณโสฬสจะไม่สนใจเรื่องน้ำหนักปุ๋ยที่ใส่ลงไป แต่จะใส่ตามค่าธาตุอาหารที่คำนวณไว้ให้ครบเป็นหลัก แต่เขาก็แอบเปรยๆ ออกมาว่า ปริมาณปุ๋ยไม่น้อยกว่า 20 กก./ต้น/ปี
รถแรงต้องกินน้ำมันเยอะ หากต้องการผลผลิตสูง ธาตุอาหารต้องถึงและครบถ้วนทั้ง NPK แมกนีเซียม และโบรอน
การบริหารจัดการน้ำและสภาพอากาศ
น้ำคือหัวใจของการทำปาล์มคุณภาพ คุณโสฬสเน้นว่าในสภาวะที่อากาศแปรปรวน เกษตรกรต้องพึ่งพาระบบน้ำในสวนมากกว่ารอเทวดา การให้น้ำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ปาล์มสามารถออกทะลายได้ในช่วงที่ราคาดี (ช่วงที่ปาล์มทั่วไปขาดคอ) นอกจากนี้ยังต้องติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนการใส่ปุ๋ยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ให้ปุ๋ยสูญเสียไปกับน้ำฝน
แนวทางของคุณโสฬส เดชมณี คือการพิสูจน์ว่าความสำเร็จในการทำสวนปาล์มไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ แต่ขึ้นอยู่กับการ “ใส่ใจในรายละเอียด” ตั้งแต่การเตรียมดิน การเลือกพันธุ์ การใช้หลักวิชาการวิเคราะห์ธาตุอาหาร และการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เมื่อธาตุอาหารในต้นสมบูรณ์ ผลที่ได้คือจำนวนทะลายที่มากขึ้นและน้ำหนักทะลายที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การจดบันทึกข้อมูลผลผลิตและน้ำหนักทลายในทุกรอบการตัด ทำให้สามารถวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้เป็นรายต้น ช่วยให้สวนปาล์มแปลงเล็กๆ กลายเป็นแปลงที่มีประสิทธิภาพสูง
📌ดูวิดีโอ ตอน 1
.jpg)





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น