ADVERTISMENT

ปาล์มน้ำมัน

[ปาล์มน้ำมัน][bsummary]

ยางพารา

[ยางพารา][bsummary]

ADVERTISMENT

เทคนิคจากสวน

[เทคนิคจากสวน][twocolumns]

NEWS

[News][bleft]

ถอดรหัสสวนปาล์มต้นแบบ โสฬส เดชมณี : ทำผลผลิตปีแรก 4.28 ตัน ปีที่สอง 6.48 ตัน/ไร่/ปี

การทำสวนปาล์มน้ำมัน ความเชื่อเก่ามักบอกว่าต้องมีพื้นที่มากจึงจะคุ้มค่า แต่ คุณโสฬส เดชมณี เกษตรกรต้นแบบจาก อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี กำลังเขียนบทพิสูจน์ให้เห็นว่า “พื้นที่น้อยก็ทำผลผลิตและรายได้สูงได้” ด้วยการบริหารจัดการที่เป็นระบบและการใช้หลักวิชาการนำทาง จนสามารถทำผลผลิตปาล์มตัดปีแรก (2567) ได้สูงถึง 4.28 ตันต่อไร่ และตัดปีที่ 2 (2568) 6.48 ตัน/ไร่/ปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่พิสูจน์ให้เห็นว่าการจัดการอย่างมืออาชีพสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ได้อย่างสิ้นเชิง บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึก “วิธีคิด” ที่เป็นระบบ และ “วิธีการจัดการ” สวนของเขา

ปรับฐานคิด : สวนปาล์มคือการลงทุนล่วงหน้า

แนวคิดสำคัญของคุณโสฬสคือ การมองว่าการทำสวนปาล์มไม่ใช่แค่การปลูกแล้วรอผลผลิต แต่คือการ “ลงทุนล่วงหน้า”  โดยเฉพาะเรื่องการจัดการดินและธาตุอาหาร เขาเน้นย้ำว่าสิ่งที่ใส่ลงไปในวันนี้ จะส่งผลต่อผลผลิตในอีก 2 ปีข้างหน้า หากต้องการผลผลิตสูงตั้งแต่เก็บเกี่ยวปีแรก จำเป็นต้องเริ่มบำรุงตั้งแต่วันแรกที่ต้นปาล์มลงดิน ไม่ใช่รอให้ต้นโตแล้วค่อยใส่ปุ๋ย การวางแผนที่ชัดเจนและการจดบันทึกข้อมูลจึงเป็นหัวใจสำคัญของการทำสวนปาล์มแบบมืออาชีพ

การเตรียมพื้นที่และการจัดการดินอย่างถูกจุด

ก่อนจะเริ่มปลูก คุณโสฬสใช้เวลากว่า 1 ปีในการปรับปรุงโครงสร้างดิน เนื่องจากพื้นที่เดิมเป็นที่ลุ่มน้ำขัง เขาใช้วิธีปลูกกล้วยนำร่องเพื่อปรับสภาพดินก่อน 4-5 ปี และที่สำคัญที่สุดคือการแก้ปัญหา “ค่า pH ของดิน”  โดยตรวจวัดอย่างละเอียด จุดไหนเป็นกรดใช้ปูนขาวหรือโดโลไมต์  จุดไหนเป็นด่างใช้กำมะถันผง เพื่อให้ดินมีความสมดุลและพร้อมสำหรับการดูดซึมธาตุอาหารของต้นปาล์มมากที่สุด

เลือกสายพันธุ์ที่ตอบโจทย์และเทคนิคการปลูก

การเลือกสายพันธุ์เป็นสิ่งสำคัญ คุณโสฬสเลือกใช้พันธุ์ AA Hybrida 1S เพราะชื่นชอบในทรงต้นและศักยภาพของผลผลิต โดยเลือกปลูกต้นกล้าอายุ 10 เดือน วางแนวปลูกในทิศเหนือ-ใต้เพื่อให้ได้รับแสงแดดอย่างทั่วถึง และใช้ระยะปลูก 9x9 เมตร โดยเน้นการจัดระดับดินให้เสมอกันเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยวิกฤตที่ส่งผลต่อความสม่ำเสมอของผลผลิต


สูตรไม่ลับ แค่จัดการธาตุอาหารตามความต้องการของปาล์มและเพิ่มตามผลผลิต

เคล็ดลับที่ทำให้ได้ผลผลิต 4.28 ตันตั้งแต่ปีแรก คือการให้ธาตุอาหารตาม “เรโช” (Ratio) ที่เหมาะสม โดยคุณโสฬสไม่ได้ใช้เพียงแค่การคาดเดา แต่ใช้หลักวิชาการ และวิธี “วิเคราะห์ใบ” เพื่อดูว่าพืชขาดอะไรและต้องการอะไรเพิ่ม โดยการใส่ปุ๋ยแบบ “ยกทั้งแผง”


ในส่วนของการจัดการปุ๋ย คุณโสฬสเน้นการใช้ “แม่ปุ๋ย” เพื่อความแม่นยำและประหยัดต้นทุน โดยมีหลักการสำคัญคือการรักษาสัดส่วนธาตุอาหารให้เหมาะสมกับช่วงอายุพืช โดยยึดหลักการคำนวณโดยให้ค่าฟอสฟอรัส (P) เป็น 1 ส่วนเสมอ แล้วจึงปรับ N และ K ตามสัดส่วน เช่น ในปีแรกที่ต้องการเร่งการเจริญเติบโตควบคู่กับการสะสมอาหาร จะใช้เรโชประมาณ 2.5 : 1 : 2.5 และค่อยๆ ปรับสัดส่วนตามความต้องการของพืชที่เปลี่ยนไปเมื่อเริ่มให้ผลผลิต 


การใส่ปุ๋ยของคุณโสฬสจะใช้วิธี “ยกขึ้นทั้งแผง” คือเพิ่มปริมาณธาตุอาหารทุกตัวให้สัมพันธ์กัน ไม่เลือกใส่เพียงตัวใดตัวหนึ่ง เพราะธาตุอาหารทุกชนิดมีส่วนช่วยเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกัน 


โดยภาพรวมแล้วคุณโสฬสจะไม่สนใจเรื่องน้ำหนักปุ๋ยที่ใส่ลงไป แต่จะใส่ตามค่าธาตุอาหารที่คำนวณไว้ให้ครบเป็นหลัก แต่เขาก็แอบเปรยๆ ออกมาว่า ปริมาณปุ๋ยไม่น้อยกว่า 20 กก./ต้น/ปี

รถแรงต้องกินน้ำมันเยอะ หากต้องการผลผลิตสูง ธาตุอาหารต้องถึงและครบถ้วนทั้ง NPK แมกนีเซียม และโบรอน

การบริหารจัดการน้ำและสภาพอากาศ

น้ำคือหัวใจของการทำปาล์มคุณภาพ คุณโสฬสเน้นว่าในสภาวะที่อากาศแปรปรวน เกษตรกรต้องพึ่งพาระบบน้ำในสวนมากกว่ารอเทวดา การให้น้ำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ปาล์มสามารถออกทะลายได้ในช่วงที่ราคาดี (ช่วงที่ปาล์มทั่วไปขาดคอ) นอกจากนี้ยังต้องติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนการใส่ปุ๋ยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ให้ปุ๋ยสูญเสียไปกับน้ำฝน


แนวทางของคุณโสฬส เดชมณี คือการพิสูจน์ว่าความสำเร็จในการทำสวนปาล์มไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ แต่ขึ้นอยู่กับการ “ใส่ใจในรายละเอียด” ตั้งแต่การเตรียมดิน การเลือกพันธุ์ การใช้หลักวิชาการวิเคราะห์ธาตุอาหาร และการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เมื่อธาตุอาหารในต้นสมบูรณ์ ผลที่ได้คือจำนวนทะลายที่มากขึ้นและน้ำหนักทะลายที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การจดบันทึกข้อมูลผลผลิตและน้ำหนักทลายในทุกรอบการตัด ทำให้สามารถวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้เป็นรายต้น ช่วยให้สวนปาล์มแปลงเล็กๆ กลายเป็นแปลงที่มีประสิทธิภาพสูง

📌ดูวิดีโอ ตอน 1


📌ดูวิดีโอ ตอน 2

ไม่มีความคิดเห็น:

บทความที่ได้รับความนิยม