สวนปาล์ม อ.จุฬาภรณ์ พันธุ์ซีพีไอ ไฮบริด ตั้งเป้าผลผลิต 6 ตัน ไม่ใช่หวังลมๆ แล้งๆ
.jpg)
หลายคนมองว่าเป็นจังหวะที่ไม่ควรเสี่ยง แต่สำหรับเขา ความอยากมี “สวนปาล์มของตัวเอง” และคำว่า “เถ้าแก่สวนปาล์ม” คือฝันที่ชัดเจนกว่าตัวเลขราคาในวันนั้น
พื้นที่อำเภอจุฬาภรณ์ในช่วงแรกของการเปลี่ยนผ่านจากยางพารามาสู่ปาล์มน้ำมัน ยังถือว่าใหม่ หลายแปลงปลูกแล้วได้ทะลายตัวผู้เป็นหลัก ผลผลิตไม่สม่ำเสมอ บางรายถึงขั้นตัดใจโค่นทิ้ง แต่คุณประเสริฐเลือกจะเรียนรู้แทนการถอดใจ
จากสวนยาง สู่การกระจายความเสี่ยงด้วยปาล์ม
สวนแห่งนี้เดิมคือสวนยางพารา ด้วยความที่ราคายางผันผวน กรีดไม่ได้ทุกช่วงเวลา เขาจึงมองปาล์มน้ำมันเป็นทางเลือกในการกระจายความเสี่ยง “บางช่วงยางกรีดไม่ได้ อย่างน้อยก็ยังมีปาล์มให้ตัด” เขาตัดสินใจขอทุนจาก กยท. และได้พบกับทีมงานของ ซีพีไอ ที่มาออกบูธแนะนำพันธุ์ปาล์ม จึงเริ่มต้นปลูกปาล์ม พันธุ์ซีพีไอ ไฮบริด พร้อมเข้ารับการอบรมหลักสูตร การทำสวนปาล์มน้ำมันอย่างมืออาชีพ 3 วัน 2 คืน ที่ จ.ชุมพร กับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำความรู้มาปรับใช้กับสวนของตัวเอง
เขายอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า ปาล์มไม่เหมือนยาง “ถามสิบคน ได้คำตอบเรื่องปุ๋ยไม่เหมือนกันสักคน” นั่นทำให้เขาเลือก ยึดหลักวิชาการเป็นฐาน แล้วปรับตามสภาพจริงของสวน
ผ่านแล้งจัด ด้วยระบบน้ำที่ลงมือทำเอง
ปีที่สองของการปลูก เขาเจอกับภัยแล้งรุนแรง หญ้าในสวนแห้งตายจนเห็นรอยเท้า ด้วยความกลัวต้นปาล์มจะเสียหาย เขาลงทุนกว่าหมื่นบาท เดินระบบท่อน้ำเองทั้งหมด เพราะมีเครื่องสูบน้ำอยู่แล้ว หลักคิดง่ายๆ คือ “ถ้าน้ำดี ปุ๋ยถึง ต้นก็โต” ระบบน้ำทำให้เขาสามารถใส่ปุ๋ยได้ต่อเนื่องแม้หน้าแล้ง โดยรดน้ำให้ดินชื้นก่อน แล้วจึงหว่านปุ๋ย
กลยุทธ์ปุ๋ยแบบ “สังเกตสภาพต้น ไม่ดูตำราอย่างเดียว”
จากเดิมที่เคยใส่ปุ๋ยสูตรสำเร็จ เมื่อราคาปุ๋ยพุ่งสูง เขาหันมาใช้แม่ปุ๋ยเพื่อลดต้นทุน เช่น 21-0-0, 0-3-0, 0-0-60, แมกนีเซียม และโบรอน จัดโปรแกรมใส่รายเดือน แต่จุดเด่นคือ เขาไม่ใส่ตามตัวเลขตายตัว
แม้ในสมุดบันทึกโปรแกรมปุ๋ยจะเขียน 1 กิโลกรัมต่อต้น แต่ในแปลงจริง เขาเดินดูเป็นรายต้น หากใบเขียวเข้มสมบูรณ์ก็ลดไนโตรเจน หากต้นไม่มีทะลายก็ลดโพแทสเซียม หรือถ้าลำต้นเริ่มทรงพีระมิด ซึ่งบ่งชี้การขาดฟอสฟอรัส ก็เพิ่มปริมาณ 0-3-0 ตามอาการ
การใส่ปุ๋ยของเขาแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ หว่านโคนต้นประมาณ 300 กรัม ที่เหลือใส่กองทางใบ เพื่อให้กองทางทำหน้าที่เป็น “ธนาคารอาหารพืช” ช่วยย่อยสลาย ลดความเป็นกรดสะสมบริเวณโคนต้น และจัดการแปลงได้สะดวก ตัดหญ้าง่าย ไม่รก
ผลผลิตสูงเกินค่าเฉลี่ยจังหวัดนครศรีธรรมราช
เมื่อปาล์มอายุ 5–6 ปี สวนของเขาให้ผลผลิตประมาณ 4 ตันต่อไร่ต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ปีล่าสุดผลผลิตรวม 46 ตัน รายได้กว่า 360,000 บาท ขณะที่ต้นทุนรวมปุ๋ย ค่าแรง และค่าน้ำประมาณ 93,000 บาท เมื่อหักลบแล้วถือว่ามีกำไรชัดเจน
ค่าเฉลี่ยผลผลิตปาล์มของจังหวัดนครศรีธรรมราชอยู่ราว 3.1 ตันต่อไร่ต่อปี แต่สวนของเขาทำได้สูงกว่าค่าเฉลี่ย ทำให้มั่นใจว่าทิศทางที่เลือกเดินนั้นมาถูกทาง
ในแปลงปัจจุบันกว่า 80% ของต้นมีทะลาย น้ำหนักเฉลี่ย 25–32 กิโลกรัมต่อต้น ทะลายไม่ค่อยขาด ดอกตัวผู้มีประมาณ 3–4 ช่อต่อต้น และยังมีดอกตัวเมียทยอยขึ้น แสดงถึงความต่อเนื่องของผลผลิต
เป้าหมาย 6 ตันต่อไร่…ไม่ใช่ฝันลมๆ แล้งๆ
วันนี้คุณประเสริฐตั้งเป้าผลผลิตไว้ที่ 6 ตันต่อไร่ เขาไม่ได้มองว่าเป็นตัวเลขลอยๆ แต่เป็นเป้าที่มี “ปัจจัยรองรับ” ทั้งระบบน้ำ การจัดการปุ๋ยรายต้น การวางกองทาง และประสบการณ์ที่สะสมมา
หวังแล้วก็จะทำให้ได้ ไม่ใช่หวังลมๆ แล้งๆ
คือประโยคที่สะท้อนแนวคิดของเขาชัดเจน จากวันที่ถูกมองว่าปลูกผิด วันนี้สวนปาล์มของเขากลายเป็นตัวอย่างของการใช้ความรู้ บวกความตั้งใจ และการลงมือทำจริง จนสร้างผลลัพธ์เกินค่าเฉลี่ย และเกินคำสบประมาทในวันแรกที่เริ่มต้น
.
ดูคลิปวิดีโอ






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น