ADVERTISMENT

ปาล์มน้ำมัน

[ปาล์มน้ำมัน][bsummary]

ยางพารา

[ยางพารา][bsummary]

ADVERTISMENT

เทคนิคจากสวน

[เทคนิคจากสวน][twocolumns]

NEWS

[News][bleft]

ปลูกปาล์มอีสานไม่กลัวแล้ง พันธุ์ปาล์ม ซีพีไอ ไฮบริด ตอบโจทย์ได้ดี

เมื่อเปรียบเทียบกับพืชเศรษฐกิจหลักอย่างข้าวหรือมันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ถือเป็นพืชที่ให้ผลตอบแทนต่อไร่สูงกว่าอย่างชัดเจน ทั้งในด้านปริมาณ ผลผลิตและรายได้ที่เกษตรกรได้รับ จึงทำให้หลายพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มหันมาปลูกปาล์มน้ำมันมากขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเริ่มมีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกปาล์มมากกว่า 18 ปี ทั้งจากหน่วยงานส่วนกลางและท้องถิ่น เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ทางเลือกใหม่ให้เกษตรกร


จุดเริ่มต้นธุรกิจลานปาล์มในอุบลราชธานี

เมื่อปาล์มน้ำมันเริ่มให้ผลผลิต เกษตรกรจำนวนมากกลับประสบปัญหา “ไม่มีตลาดรองรับ” ทำให้เกิดธุรกิจลานรับซื้อผลปาล์มขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว หนึ่งในนั้น คือ “ลานปาล์มสว่างวีระวงศ์” ของ คุณ ยุทธจักร์ สมสวย ซึ่งเริ่มต้นจากการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรแล้วส่งต่อไปยังสหกรณ์ผู้ปลูกปาล์มน้ำมันสามเหลี่ยมมรกต ปัจจุบันลานปาล์มแห่งนี้ดูแลสวนปาล์มของเกษตรกรรวมกว่า 2,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ถึง 5 อำเภอในจังหวัดอุบลราชธานี

บริการครบวงจร ช่วยเกษตรกรลดภาระแรงงาน

นอกจากรับซื้อผลผลิตแล้ว ลานปาล์มยังให้บริการด้านการจัดการสวนปาล์มแบบครบวงจร ตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์ปาล์มคุณภาพ การให้คำปรึกษาด้านการปลูก การรับจ้างตัดทะลายผล การขนส่งผลผลิต รวมถึงการใส่ปุ๋ยและดูแลสวนจนถึงช่วงเก็บเกี่ยว ระบบดังกล่าวช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตร และทำให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการสวนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยรายได้จากการขายผลปาล์มสามารถโอนเข้าบัญชีเกษตรกรได้โดยตรง


ศักยภาพของพื้นที่ปลูกในอำเภอสว่างวีระวงศ์

สภาพดินในพื้นที่อำเภอสว่างวีระวงศ์ส่วนใหญ่เป็นชุดดินวารินชำราบ ซึ่งมีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย เหมาะสมต่อการปลูกปาล์มน้ำมัน อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่มีชั้นดินตื้นหรือมีลูกรังมากมักไม่เหมาะกับการปลูกปาล์ม หากเกษตรกรสามารถจัดการน้ำได้ดี จะช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยจากเดิมที่ได้ประมาณ 3 ตันต่อไร่ สามารถเพิ่มเป็น 5–6 ตันต่อไร่ได้ เมื่อปาล์มมีอายุประมาณ 10 ปี

การจัดการสวนปาล์มคือหัวใจของผลผลิต

การดูแลสวนปาล์มจำเป็นต้องมีการจัดการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใส่ปุ๋ย การตัดแต่งทางใบ และการบำรุงต้นอย่างเหมาะสม เพราะการใส่ปุ๋ยในวันนี้จะส่งผลต่อการให้ผลผลิตในอีกประมาณ 15 เดือนข้างหน้า เกษตรกรที่ใส่ปุ๋ยตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรมักได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับการลงทุน โดยมีการใส่ปุ๋ยหลายช่วงของปี เช่น ปุ๋ยบำรุงต้นในช่วงต้นฝน ปุ๋ยเสริมกลางฤดูฝน และปุ๋ยปลายฝนเพื่อสะสมอาหารสำหรับการออกทะลายในปีถัดไป


ต้นกล้าคุณภาพ ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดของการปลูกปาล์มน้ำมันคือ “ต้นกล้า” เกษตรกรควรเลือกใช้ต้นพันธุ์ที่มีแหล่งที่มาชัดเจนและได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร เพราะการนำต้นกล้าที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ลูกใต้โคน มาปลูก อาจทำให้ผลผลิตเสียหายได้มากถึง 50% ซึ่งหมายถึงการสูญเสียทั้งรายได้ เวลา และต้นทุนการผลิต

ซีพีไอ ไฮบริด หนึ่งในพันธุ์ปาล์มที่เหมาะกับภาคอีสาน

หนึ่งในพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่ได้รับความสนใจคือ “ซีพีไอ ไฮบริด” ซึ่งมีจุดเด่นด้านความทนแล้ง ทางใบแข็งแรงไม่หักง่าย และสามารถให้ผลผลิตได้ดีในช่วงฤดูแล้ง นอกจากนี้ยังมีการออกทะลายสม่ำเสมอ แม้ในช่วงที่พันธุ์อื่นหยุดให้ผลผลิต ทำให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในช่วงที่ราคาดี อีกทั้งยังเหมาะกับสภาพภูมิอากาศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากมีสายพันธุ์พ่อที่มีคุณสมบัติทนแล้ง


แม้ว่าปัจจุบันจังหวัดอุบลราชธานียังไม่มีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มโดยตรง แต่ในภาคอีสานมีโรงงานสกัดแล้วหลายแห่ง ทำให้การตลาดเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ขณะเดียวกันภาคเอกชนยังเข้ามามีบทบาทในการให้ความรู้และอบรมเกษตรกรเกี่ยวกับการจัดการสวนปาล์มน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปาล์มน้ำมันยังคงเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพ และสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรในภูมิภาคนี้ได้ในระยะยาว

👉ดูคลิปวิดีโอ

ไม่มีความคิดเห็น:

บทความที่ได้รับความนิยม